เก่งหลังเกมส์

SET Index ปิดลบ 2.87 จุด (-0.18%) ปิดที่ระดับ 1,573 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.85 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 235 บริษัท, ปรับลง 197 บริษัท) ดัชนีปรับลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศวิตกเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด โดยมี Sector ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, KCE, HANA), กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรฯ (TOP, PTTGC, IVL), ส่วน Sector ที่ปรับขึ้นพยุงดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร (KBANK, KTB, TTB), กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH, BCH, CHG), และกลุ่มค้าปลีก (CPALL, GLOBAL)

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

KBANK (+1.73%), TTB (+1.38%), KTB (+0.58%), BBL (+0.81%) 

ปัจจัยบวกเดิมรับข่าว IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ขึ้นจาก 1.9% เป็น 2.1% ผสาน TISCO ประกาศงบ 3Q26 มีกำไรสุทธิ +4%y-y และ +2%q-q บ่งชี้ผลลบจากน้ำท่วมกระทบ P&L และ คุณภาพสินทรัพย์กลุ่มธนาคารจำกัด เป็นจิตวิทยาบวกกับกลุ่มแบงก์ยกกลุ่มหลังก่อนหน้าราคาหุ้นปรับลงสะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไปแล้ว

TRUE (+4.13%) 

ราคาหุ้นร่วงแรงสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไปแล้ว อาทิ 1) กังวลผู้ถือหุ้นใหญ่ (China Mobile) ลดสัดส่วน, 2) Bond yield เร่งตัวกระทบ Sentiment หุ้นปันผล และ 3) กังวลมีการแข่งขันใหม่จากดาวเทียม Starlink หลัง SpaceX เข้าประมูลคลื่นความถี่ 800MHz ด้านผลประกอบการนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราคาดงบ 3Q26F มีกำไรสุทธิ 6.99 พันล้านบาท +334%y-y และ +7%q-q

BDMS (+1.06%), BH (+1.06%), CHG (+1.28%) 

นักลงทุนหมุนกลุ่ม (Rotate) เงินไปพักในหุ้น Defensive หรือหุ้นปลอดภัยที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ในภาวะที่ตลาดผันผวนสูง ผสานนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราทำ preview งบ 3Q26F ยังโตเด่นโดยเฉพาะ BDMS คาดมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 3Q26F

DELTA (-3.46%), HANA (-4.29%), KCE (-3.24%) 

ร่วงแรงตามราคาหุ้น Tech ต่างประเทศ หลังสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือน ก.ย. สูงเกินคาดทั้ง Headline และ Core CPI เพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. กระทบกลุ่ม Tech โดยตรง (ใช้เงินลงทุนสูงเฟดขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินกดดัน GPM และ Net profits)

 

- Advertisement -