MOSHI ลุยโค้งสุดท้ายปี 69 เปิดตัวคอลเลกชัน ‘Sanrio characters Thai School Uniform’ ชูซอฟต์พาวเวอร์ไทย Exclusive in Moshi Moshi Thailand รับไฮซีซัน 

‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI เดินกลยุทธ์การตลาดช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 เปิดตัวคอลเลกชัน ‘Sanrio characters Thai School Uniform’ นำ Pop Culture ระดับโลก ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทย (Soft Power) เขย่าตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมเดินเครื่อง 3 กลยุทธ์สำคัญ ‘ความแตกต่างด้านการออกแบบ’ ‘ความหลากหลายของสินค้า’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’ ผลักดันยอดขายไตรมาส 4/2569 พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยอย่างยั่งยืน

นางสาวบุณยวีร์ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้สภาวะเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2569 จะยังคงมีความผันผวนและท้าทาย แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณภาพดีไซน์โดดเด่น และสามารถสร้างความสุขทางใจในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ MOSHI ที่มุ่งนำเสนอสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความหลากหลายของดีไซน์และระดับราคา ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบและกระแสนิยมของผู้บริโภค เพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อที่แตกต่างและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ (Character License) บริษัทฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. ความแตกต่างด้านการออกแบบ การนำคาแรคเตอร์ยอดนิยมมาถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อสร้างความแปลกใหม่ 2. ความหลากหลายของสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่ Gen Z, คนทำงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มองหาสินค้าของฝากสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเอกลักษณ์และไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น และ 3. ราคาที่เข้าถึงได้ ใช้กลยุทธ์กระจายช่วงราคา (Price Point) ที่สมเหตุสมผล เริ่มต้นเพียง 20 บาท เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าง่ายต่อการตัดสินใจซื้อทันทีควบคู่กับการสร้างสมดุล Product Mix ระหว่างสินค้าใช้งานจริงกับสินค้าตอบโจทย์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และการสะสม เปลี่ยนจากการซื้อเพราะความจำเป็นไปสู่การซื้อเพราะความผูกพันทางอารมณ์ เพื่อรักษาจุดแข็งด้านความคุ้มค่าและสร้างกระแสความนิยมอย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ MOSHI กล่าวเพิ่มว่า สำหรับช่วงไฮซีซัน (High Season) ปลายปีนี้ MOSHI เดินหน้าสร้างสีสีนให้ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sanrio Characters in Thai School Uniform” ซึ่งเป็นคอลเลกชันพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะที่ Moshi Moshi ในประเทศไทย และนับเป็นครั้งแรกของการผสาน Pop Culture ระดับโลกเข้ากับเอกลักษณ์ Soft Power ของไทย สะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย โดยนำ 5 คาแรคเตอร์ยอดนิยมภายใต้ลิขสิทธิ์ Sanrio ได้แก่ Hello Kitty (เฮลโลคิตตี), Kuromi (คุโรมิ), Pochacco (โปเชโกะ), My Melody (มายเมโลดี้) และ Cinnamoroll (ซินามอโรล) มาสวมใส่ “ชุดนักเรียนไทย” ซึ่งเป็นภาพจำอันโดดเด่นที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับสินค้าในคอลเลกชันนี้มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ Card Holder, Notebook, Shopping Bag, Mirror, Plush Keychain เป็นต้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานแฟนคลับ Character Lover ให้ซื้อสะสมยกเซ็ต อย่างไรก็ตาม คาดว่าคอลเลกชันดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนยอดขายในไตรมาส 4/2569 อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว MOSHI ยังมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Experiential Marketing โดยเปลี่ยนหน้าร้านจาก ‘Shopping Destination’ สู่ ‘Lifestyle Destination’ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเลือกซื้อสินค้า แต่ยังมอบความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆ  ผ่านมุมถ่ายรูปเช็กอิน ที่สร้าง Engagement และกระตุ้นการบอกต่อบนโซเชียลมีเดีย (Word of Mouth) ในวงกว้าง นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ในอนาคต

“สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ MOSHI ยังเตรียมทยอยเปิดตัว Seasonal Collection อย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มสินค้าเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน พร้อมทั้งยังมองหาโอกาสในการพัฒนาสินค้าภายใต้คอนเซปต์ใหม่ ๆ ทั้งจากคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์และสินค้าที่ออกแบบโดยทีมงานของ MOSHI เอง เพื่อสร้างความสดใหม่และแตกต่างให้กับสินค้าอยู่เสมอ ตอบโจทย์เทรนด์หรือกระแสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำภาพจำว่าทุกครั้งที่ลูกค้าก้าวเข้ามาที่ร้าน Moshi Moshi จะได้รับประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจและพบกับความประทับใจอยู่เสมอ” นางสาวบุณยวีร์ กล่าว 

ปัจจุบัน MOSHI เดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องครอบคลุม 70 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้วรวมทั้งสิ้น 229 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569) แบ่งเป็น ร้านค้าปลีก Moshi Moshi จำนวน 221 สาขา (เป็นรูปแบบ Standalone 17 สาขา), ร้านค้าส่ง Moshi Moshi 2 สาขา, ร้าน Garlic 4 สาขา, ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา ทั้งนี้ แฟนคลับ Character Lover และลูกค้าทั่วประเทศสามารถสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Moshi Moshi สาขาใกล้บ้าน หรือช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Moshi Moshi https://www.facebook.com/moshimoshi.jp 

#MOSHI #google #วิเคราะห์หุ้น

- Advertisement -