SCG เผยผลประกอบการ 9 เดือนปี 2569 กวาดกำไรสุทธิ 20,143 ล้านบาท เติบโต 13% พร้อมโชว์วินัยทางการเงินแกร่งปรับลดหนี้สินสุทธิลงกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท

SCG เผยงบ 9 เดือน ปี 2569 กวาดกำไรสุทธิ 20,143 ล้านบาท โต 13% ชูวินัยทางการเงินปรับลดหนี้สินสุทธิลงกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC (เอสซีจี) รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569  มีกำไรสุทธิสูงถึง 20,143 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการภายในอย่างมีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจหลัก ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 เอสซีจีมีรายได้จากการขายรวม 382,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวดส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 20,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 16.79 บาท ขณะที่ Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และหากไม่รวมรายการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและรายการปรับปรุงอื่น ๆ Adjusted Profit จะอยู่ที่ 14,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,831 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของ เอสซีจี เคมิคอลส์, เอสซีจีพี และเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ในส่วนของผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 122,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 10% QoQ จากราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลง มีกำไร 2,385 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.99 บาท) พลิกจากขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 แต่ลดลง 79% จากไตรมาสก่อนหน้า

ด้าน Adjusted Cash EBITDA ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 14,444 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ถูกกดดัน ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัจจัยด้านฤดูกาล ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและรายการปรับปรุงอื่น ๆ Adjusted Profit ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,788 ล้านบาท

เอสซีจีสามารถรักษาฐานะทางการเงินและสภาพคล่องได้อย่างมั่นคง โดย หนี้สินสุทธิ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ลดลงเหลือ 237,603 ล้านบาท ปรับลดลง 42,656 ล้านบาท จากไตรมาสที่ 4 ปี 2568 (ซึ่งอยู่ที่ 280,259 ล้านบาท) ส่งผลให้ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 3.6 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขณะที่ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทรงตัวในระดับต่ำที่ 0.6 เท่า พร้อมมี เงินสดและเงินสดภายใต้การบริหารรวม 75,147 ล้านบาท

เอสซีจี ระบุถึงทิศทางการดำเนินงานว่า “ความยืดหยุ่นในการรับมือและการดำเนินการอย่างทันท่วงที สามารถรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้” ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ เอสซีจีจะเดินหน้ามาตรการระยะเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบริหารสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและ AI ตลอดจนการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ Transformative projects ในปี 2570 เช่น โครงการ LSPE ในเวียดนาม และการปลดล็อกมูลค่าธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

เอสซีจีมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดยในไตรมาส 3/2569 มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกคิดเป็น 23.6% ของพลังงานความร้อนทั้งหมด และ 30.9% สำหรับธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จาก สินค้า Green Choice สูงถึง 194,104 ล้านบาท คิดเป็น 51% ของรายได้รวม พร้อมร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่าน โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์, โครงการ Go Together และงาน ESG Symposium 2026 เพื่อผลักดันแนวทาง Inclusive Green Transition ในอาเซียนอย่างยั่งยืน

#SCC #google #วิเคราะห์หุ้น

#SCGGroup #เอสซีจี #หุ้นSCC #SiamCement #ปูนซิเมนต์ไทย

- Advertisement -