บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) DEXON คว้ารางวัล Best Innovative Company Awards จากเวที SET Awards 2026

DEXON คว้ารางวัล Best Innovative Company Awards จาก SET Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ชู “PipeGlide” หุ่นยนต์ตรวจสอบการกัดกร่อนท่อขณะเดินระบบ ช่วยลูกค้าลดต้นทุนกว่า 3 ล้านบาทต่อครั้ง

บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ได้รับรางวัลBest Innovative Company Awards ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จากงาน SET Awards 2026 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยมี นางสาวนวรัตน์ คำศรี ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก DEXON เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับรางวัล จากผลงาน “DEXON PipeGlide หุ่นยนต์อัจฉริยะตรวจสอบการกัดกร่อนท่อ 360°” ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตรวจสอบท่อในพื้นที่เข้าถึงยากขณะระบบยังเดินเครื่อง

PipeGlide ผสานหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกลเข้ากับการตรวจสอบด้วยคลื่นอัลตราโซนิกแบบเฟสอาร์เรย์ (Phased Array Ultrasonic Testing: PAUT) และรายงานดิจิทัลแบบโต้ตอบ ช่วยให้ทีมตรวจสอบเก็บข้อมูลสภาพท่อได้โดยไม่ต้องส่งบุคลากรเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง และลดความจำเป็นในการหยุดระบบ ระบายน้ำ หรือติดตั้งนั่งร้าน ทั้งนี้ ผลการประหยัดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและขอบเขตของแต่ละโครงการ

นางสาวนวรัตน์กล่าวว่า “การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เป็นความภาคภูมิใจของทีมงาน และสะท้อนความมุ่งมั่นในการนำประสบการณ์ด้านการตรวจสอบมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานจริงของลูกค้า PipeGlide เป็นตัวอย่างของการเริ่มต้นจากปัญหาหน้างาน แล้วพัฒนาวิธีตรวจสอบที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสภาพท่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เริ่มจากโจทย์หน้างาน พัฒนาเป็นหุ่นยนต์ตรวจสอบ

จุดเริ่มต้นของ PipeGlide มาจากความต้องการประเมินสภาพท่อในบ่อบำบัดน้ำเสียและใต้โครงสร้างแพลตฟอร์มของโรงงานอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในจังหวัดระยอง โดยบางบริเวณอยู่ใกล้ระดับผิวน้ำ หากใช้วิธีเดิมอาจต้องลดระดับน้ำ ติดตั้งนั่งร้าน และเตรียมมาตรการความปลอดภัยสำหรับบุคลากร ซึ่งใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

นายอดิศักดิ์ มานะนัส ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ DEXON กล่าวว่า “ทีมเริ่มจากการพิจารณาว่าลูกค้าต้องใช้ข้อมูลใดในการประเมินสภาพท่อ จากนั้นจึงออกแบบระบบที่สามารถนำหัวตรวจเข้าไปเก็บข้อมูลได้ตามต้องการ พร้อมลดความจำเป็นในการส่งบุคลากรเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง”

PipeGlide พัฒนาขึ้นภายในองค์กรโดยทีม Innovation Development & Technology Service (IDTS) ร่วมกับทีมตรวจสอบแบบไม่ทำลายขั้นสูง (Advanced NDT) และทีมปฏิบัติการภาคสนาม กระบวนการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบ การทดสอบกับชิ้นงานจำลอง (Mock-up Test) การจัดทำขั้นตอนปฏิบัติงานเฉพาะงาน ไปจนถึงการนำไปใช้งานจริงในโรงงานของลูกค้า

เทคโนโลยีหุ่นยนต์และการตรวจสอบด้วย PAUT

PipeGlide ใช้ล้อแม่เหล็กยึดเกาะพื้นผิวท่อ ปัจจุบันรองรับท่อเหล็กกล้าคาร์บอนขนาด 8–10 นิ้ว และสามารถตรวจสอบขณะท่อเดินระบบได้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบบรองรับ หุ่นยนต์ควบคุมการเคลื่อนที่ 3 แกน ได้แก่ การเคลื่อนที่ตามแนวยาวของท่อ การเคลื่อนที่รอบท่อ และการควบคุมแรงกดของหัวตรวจให้สัมผัสกับผิวท่ออย่างเหมาะสม

ผู้ปฏิบัติงานควบคุมหุ่นยนต์จากจุดปลอดภัย โดยระบบมีมาตรการความปลอดภัย เช่น ปุ่มหยุดฉุกเฉิน ระบบหยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อขาดการสื่อสาร และกล้องสำหรับติดตามการทำงานระยะไกล

หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับเทคนิค PAUT ผ่านชุดหัวตรวจ HydroFORM เพื่อวัดความหนาผนังท่อคงเหลือและจัดทำแผนที่การกัดกร่อน (Corrosion Mapping) อย่างต่อเนื่อง ค่าการวัดแต่ละจุดจะบันทึกพร้อมตำแหน่งอ้างอิง ช่วยให้ตรวจสอบบริเวณที่ผนังบางหรือมีการกัดกร่อนเฉพาะจุด และนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับการตรวจสอบครั้งถัดไปได้

ผลการตรวจสอบส่งมอบผ่านรายงานดิจิทัลแบบโต้ตอบ (Interactive Intelligence Inspection Report) ที่ DEXON พัฒนาขึ้นเอง โดยเชื่อมโยงผลการตรวจ ภาพถ่าย และตำแหน่งบนแบบจำลองสามมิติของท่อเข้าด้วยกัน ลูกค้าจึงค้นหาบริเวณที่ต้องเฝ้าระวัง จัดลำดับความสำคัญของงานซ่อมบำรุง และวางแผนตรวจสอบตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Inspection) ได้สะดวกขึ้น

ลดต้นทุนการเข้าถึงและช่วยวางแผนบำรุงรักษา

จากกรณีใช้งานที่บันทึกไว้ PipeGlide ช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนรวมได้มากกว่า 3 ล้านบาทต่อการตรวจสอบหนึ่งครั้ง โดยลดช่วงเวลาหยุดระบบ ลดการระบายและเคลื่อนย้ายน้ำเสีย ลดการติดตั้งนั่งร้าน และลดงานเตรียมพื้นที่ ทั้งนี้ ผลประหยัดอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขและขอบเขตของแต่ละโครงการ

การตรวจสอบขณะระบบยังเดินเครื่องยังช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลสภาพท่อที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ และนำไปประกอบการวางแผนตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงในรอบต่อไป

ต่อยอดสู่การตรวจสอบและบริหารสินทรัพย์ด้วยข้อมูล

DEXON มองว่าความท้าทายในการตรวจสอบท่อในพื้นที่เข้าถึงยากพบได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงกลั่น ปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภค บริษัทจึงมีแนวทางพัฒนา PipeGlide ให้รองรับขนาดท่อและสภาพหน้างานที่หลากหลายขึ้น พร้อมต่อยอดการใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบแต่ละครั้งเพื่อช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพท่อ วางแผนบำรุงรักษาเชิงรุก และสนับสนุนบริการบริหารความสมบูรณ์ของสินทรัพย์ (Asset Integrity Management)

นางสาวนวรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า “แนวทางต่อยอดของเราคือการทำให้ข้อมูลจากการตรวจสอบแต่ละครั้งเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้ เพื่อช่วยลูกค้าติดตามสภาพท่อและวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยพัฒนาควบคู่ไปกับความสามารถของหุ่นยนต์และคุณภาพการตรวจสอบ”

การลดความจำเป็นในการระบายน้ำหรือถ่ายเทของเสียออกจากระบบยังช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ข้อมูลการตรวจสอบช่วยให้ผู้ประกอบการพิจารณาซ่อมบำรุงในบริเวณที่จำเป็น และวางแผนยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้อย่างเหมาะสม DEXON จะเดินหน้าพัฒนาความสามารถของหุ่นยนต์ คุณภาพการตรวจสอบ การเชื่อมโยงข้อมูล และบุคลากร เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

#DEXON #google #วิเคราะห์หุ้น

#หุ้นDEXON #DEXONTechnology #engineeringinspection

- Advertisement -