PIS สุดยอด! กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 69 แตะ 269 ลบ. โต 16% กอด Backlog แน่น 5,650 ลบ. ทยอยรับรู้รายได้ยาว 5-6 ปี ลุยประมูลโปรเจคใหญ่ ดันรายได้ปี 69 โตเข้าเป้า 10-15% นิวไฮ
บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) เปิดผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 69 รายได้รวม 2,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% กำไรสุทธิ 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ตอกย้ำปัจจัยพื้นฐานแน่น ทยอยรับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจต่อเนื่อง พร้อมควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ฟากแม่ทัพหญิง “เบญญาภา เฉลิมวัฒน์” ระบุ ล่าสุดกอดงานในมือ 5,650 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ 5-6 ปีข้างหน้า พร้อมลุยประมูลงานใหม่ด้าน Cloud, AI, ERP และ Smart Grid มั่นใจรายได้ปี 69 เติบโตเข้าเป้าที่ระดับ 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่
นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท หรือ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,435 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36 ล้านบาท หรือ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 233 ล้านบาท
ขณะที่ไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 1,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 996 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานข้างต้นเป็นตัวเลขตามงบการเงินรวม ซึ่งตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด (E-MAX) ที่บริษัทฯ เข้าลงทุนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ในรูปแบบการร่วมค้า เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต
“ภาพรวมผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาจากการทยอยรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจได้ตามแผนที่กำหนดไว้ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังเตรียมเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริม Backlog และรองรับการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทฯ มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมายจากแรงหนุนของนโยบายภาครัฐ”
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือที่ชนะการประมูลและรอรับรู้รายได้ 5,650 ล้านบาท มาจากงานแอพพลิเคชันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (Application Solutions) 83% งานระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Integration Services) 6% และงานระบบรักษาความปลอดภัย(Physical Security) 11% ซึ่งจะสามารถรองรับแผนการเติบโตช่วง 5-6 ปีข้างหน้า
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าประมูลงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจหลายรายการ และขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาเพิ่มเติม รวมถึงยังมุ่งหาโอกาสใหม่ในหลากหลายด้าน เช่นด้าน Cloud, AI, Enterprise Resource Planning (ERP), Banking รวมถึงกลุ่มพลังงานที่เกี่ยวกับ Smart Grids ที่มุ่งเน้นระบบ Smart Meter สายส่งอัจฉริยะ เพื่อเสริมศักยภาพในการเข้ารับงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกที่ 269 ล้านบาท เกือบเท่ากับกำไรสุทธิทั้งปี 2568 แล้ว บริษัทฯ จึงมั่นใจว่ารายได้รวมปีนี้จะเติบโตเข้าเป้า 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน









