บล.ทิสโก้:

SYNEX : เป้าหมายที่ท้าทายอีกครั้งสำหรับปี 2026

SYNEX ตั้งเป้าหมายยอดขาย 5.3 หมื่นล้านบาทในปี 2026 โดย AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต

เราได้เข้าร่วมงาน SYNEX Open House 2026 ซึ่งผู้บริหารได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำหรับปี 2026 SYNEX ตั้งเป้าหมายยอดขายสูงกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท (สูงกว่า TISCOe 2.5% ที่ 5.17 หมื่นล้านบาท) ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตในระดับ double-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านสุขภาพ การใช้ชีวิตอัจฉริยะ คลาวด์ และเกม โดยคาดว่ากลุ่มธุรกิจองค์กรจะเติบโต 20% YoY ผู้บริหารยังได้แสดงให้เห็นถึงการลงทุน 50 ล้านบาทใน 1) คลังสินค้าอัจฉริยะแห่งใหม่ (โดย ACETEC) ซึ่งเพิ่มกำลังการรับสินค้าเป็น 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง จากเดิม 6,000 ชิ้น สำหรับขนาดสินค้าบางขนาด 2) ห้องแสดงเทคโนโลยี 5 ห้อง ที่แสดงให้เห็นว่าโซลูชัน AI สามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในด้านการใช้ชีวิต การศึกษา เมือง สำนักงาน และการบริการได้อย่างไร การปรับฐานราคาหุ้นล่าสุดช่วยให้ความคุ้มค่าด้านความเสี่ยง/ผลตอบแทนดีขึ้น เรายังคงแนะนำให้ “ซื้อ”

คาดการณ์กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% YoY จากยอดขายที่แข็งแกร่ง

เราคาดว่าผลประกอบการใน 4Q25F จะแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 182 ล้านบาท (+57% YoY, +2% QoQ) การเติบโต YoY ได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่ง 1.32 หมื่นล้านบาท (+14% YoY) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ Apple, อุปกรณ์สวมใส่, สมาร์ทโฟน, เกม และโซลูชันสำหรับองค์กร (การรับรู้โครงการขนาดใหญ่) อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจผู้บริโภคและภาครัฐยังคงอ่อนแอเนื่องจากความต้องการเครื่องพิมพ์, คอมพิวเตอร์ DIY และความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 218 ล้านบาท (+61% YoY, +7% QoQ) โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) อยู่ที่ 1.7% (เทียบกับ 1.2% ใน 4Q24 และ 1.7% ใน 3Q25) การปรับปรุงอัตรากำไรถูกชดเชยบางส่วนจากยอดขาย Nintendo Switch 2 ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีการเปิดตัวเกมน้อยลง

คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ SYNEX โดยมูลค่าที่เหมาะสมของเราที่ 16.00 บาท คำนวณจากวิธี Sum of the Parts

เรากำหนดมูลค่าที่เหมาะสมโดยใช้วิธี Sum of the Parts ซึ่งประกอบด้วย 1) 15.5 บาท/หุ้น สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายหลัก ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) 18.7 เท่า และ 2) 0.5 บาท/หุ้น สำหรับมูลค่าของ NCAP (ส่วนลดจากการเป็น Holding 20%) ความเสี่ยงหลักได้แก่ 1) กำไรขั้นต้นต่อหุ้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ และ 2) ผลการดำเนินงานของ NCAP

- Advertisement -