บล.พาย:
STANLY: Thai Stanley Electric PCL
FY3Q26 กำไรดีกว่าคาดจากเงินปันผล
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หลังจากผลประกอบการงวด FY3Q26 ออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ 8% มาอยู่ที่ 490 ล้านบาท (+58%YoY, -20%QoQ) ได้รับผลดีจากการควบคุมต้นทุนที่ทำมาตั้งแต่ปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 23.1% จาก 19.8% ใน FY3Q25 และ 22.2% ใน FY2Q26 แม้รายได้จะไม่เพิ่มขึ้น แต่อย่างใดนอกจากนี้กำไรที่ดีเกินคาด อีกส่วนคือการรับรู้เงินปันผลจากบริษัทในกลุ่มที่จากเดิมรับรู้ปีละ 1 ครั้งในไตรมาส 2 แต่ปีนี้มีการรับรู้เพิ่มในไตรมาส 3 ภาพรวมในช่วงที่เหลือของปี คาดจะเห็นการเติบโตของรายได้อีกครั้งในช่วง FY2Q27 จากการเริ่มรับรู้คำสั่งซื้อใหม่เข้ามาในเดือน ส.ค. 26 มาชดเชยกับอุตสาหกรรมที่ยังมีแนวโน้มทรงตัว
FY3Q26 ทำไรสุทธิ 490 ล้านบาท (+58%YoY, -20%QoQ)
- STANLY มีกำไรสุทธิงวด FY3Q26 (ต.ค.-ธ.ค.25) ที่ 490 ล้านบาท (+58%YoY, -20%QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้ 8% เนื่องจากมีเงินปันผลรับเข้ามากว่า 76 ล้านบาท หลังจากบริษัทในกลุ่ม STANLY มีการเปลี่ยนนโยบายจากการจ่ายเงินปันผลปีละ 1 ครั้ง เป็นมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ทำให้ในงวด FY3Q26 จะเป็นครั้งแรกที่มีการรับรู้เข้ามา จากปกติที่จะรับรู้ปีละ 1 ครั้งในช่วงไตรมาส 2
- รายได้ที่ 2,924 ล้านบาท (-1%YoY, -5%QoQ) ได้รับผลกระทบจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มค่ายรถญี่ปุ่นที่ยังไม่มีสินค้ารถไฟฟ้า (การผลิตเติบโตแรงผลักดันหลักมาจากกลุ่มรถยนต์ EV จากจีนที่เริ่มมีการผลิตมากขึ้น)
- กำไรขั้นต้นที่ 23.1% ดีขึ้นจาก 19.8% ใน FY3Q25 และ 22.2% ใน FY2Q26 ยังคงเป็นผลดีของการปรับโครงสร้างบริษัท และการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ทำมาตั้งแต่ปีก่อน ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 279 ล้านบาท (-1%YoY, +0.2%QoQ) ทรงตัวจากปีก่อนที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบริษัทและไตรมาสก่อนหน้า
- ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 93 ล้านบาท ลดลง 23%YoY แต่เพิ่มขึ้น 8%Q0Q ภาษีจ่ายอยู่ที่ 104 ล้านบาท (+30%YoY.-6%QoQ) คิดเป็นอัตราภาษีจ่ายที่ 17% ลดลงจาก 20% ในปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 15% ใน FY2Q26
- รวมแล้วในช่วง FY9M26 STANLY มีกำไรสุทธิ 1,477 ล้านบาท (+56%YoY) คิดเป็นสัดส่วน 83% ของกำไรทั้งปี
ยังเน้นลดต้นทุน ส่วนโมเดลใหม่มากลาง FY2Q27
ภาพรวมในช่วง FY4Q26 ของ STANLY ในแง่รายได้ยังคงใกล้เคียงกับ FY3Q26 เนื่องจากยังไม่มีโมเดลที่มีมูลค่าสูงเข้ามา โดยต้องรอดูแนวโน้มอุตสาหกรรมอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าคำสั่งซื้อจากโมเดลใหม่ที่เป็นโมเดลที่ส่งขายทั้งโลก (Global Model) และมีมูลค่าสูงจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือน ส.ค. 26 เป็นต้นไป (งวด FY2Q27 ก.ค.-ก.ย.26) ส่วนแผนการเพิ่มการผลิตไปยังชิ้นส่วนอีเล็กทรอนิกส์ที่ทำร่วมกับกลุ่ม STANLY ผู้บริหารได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทต่างประเทศแทนที่จะทำเอง เนื่องจากไม่สามารถสู้ด้านต้นทุนได้ปรับกำไรทั้งปีเล็กน้อย และคำแนะนำที่ “ซื้อ” เช่นเดิม จากการรับเงินปันผลที่มากกว่าคาด เราจึงปรับกำไรทั้งปีขึ้นเป็น 1,840 ล้านบาท โดยรวมเงินปันผลในช่วง FY3Q26 เข้ามา ส่วนปี 27 ยังคงไว้เท่าเดิมก่อนที่ 1,822 ล้านบาท สำหรับคำแนะนำการลงทุน จากผลประกอบการที่ออกมาดี เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 234 บาท (9.7XPER’26E)







