บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SCG DECOR (SCGD TB)

4Q25 results at first glance

4Q25 Earnings Miss, Dividend Surprise

Highlights

  • SCGD รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 188 ล้านบาท (-38% q-q, +136% y-y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษใน 4Q24 กำไรปกติลดลง 38% q-q แต่เพิ่มขึ้น 6% y-y ต่ำกว่าประมาณการของเรา 11% และต่ำกว่า Consensus 15% สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด
  • อัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q25 ทรงตัว y-y แต่ลดลงมาอยู่ที่ 26.7% จาก 28.2% ใน 3Q25 สะท้อนผลของการประหยัดต่อขนาดที่ลดลงหลังรายได้หดตัว
  • ยอดขายรวมใน 4Q25 ลดลง 6% q-q และ 11% y-y มาอยู่ที่ 5.3 พันล้านบาท ถูกกดดันหลักจากยอดขายในประเทศไทย (64% ของยอดขายรวม) ที่ลดลง 9% q-q และ 13% y-y จากความต้องการกระเบื้องที่ยังอ่อนแอ
  • ยอดขายในเวียดนาม (23% ของยอดขายรวม) เพิ่มขึ้น 2% q-q แต่ลดลง 7% y-y จากการอ่อนค่าของเงินดองเทียบเงินบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเวียดนามยังเติบโต 3% q-q และ 2% y-y จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ของภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ยอดขายในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นทั้ง q-q และ y-y เมื่อคิดเป็นสกุลเงินท้องถิ่น
  • การควบคุมต้นทุนยังมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง y-y หลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย
  • ภาพรวมทั้งปี SCGD มีกำไรสุทธิปี 2025 ที่ 932 ล้านบาท (+15% y-y) หากไม่รวมรายการพิเศษในปี 2024 กำไรปกติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% y-y ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่หดตัวหลักๆ จากในประเทศไทย
  • SCGD ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.19 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4% สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 0.10 บาทต่อหุ้น โดยหุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 มีนาคม และจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 เมษายน 2026 ส่งผลให้เงินปันผลทั้งปี 2025 อยู่ที่ 0.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Payout 60% เพิ่มขึ้นจาก 41% ในปี 2024

Outlook

  • ผลการดำเนินงานใน 1Q26 ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน เราคาดว่ายอดขายจะยังซบเซา จากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางรอความชัดเจนหลังการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ตลาดเวียดนามและอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากช่วงวันหยุดยาว
  • ผู้บริหารคาดว่ายอดขายจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q26 เป็นต้นไป โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการเติบโตของยอดขายในเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเห็นชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 ซึ่งเป็นช่วง High Season ขณะที่ตลาดประเทศไทยคาดมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังการเลือกตั้ง
  • แม้ว่ากำไรใน 4Q25 จะออกมาต่ำกว่าคาด แต่เราคาดว่าราคาหุ้นระยะสั้นจะได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลที่ประกาศออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด
- Advertisement -