น้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว อาจกดดันตลาดระยะสั้น แต่จะดีกับพลังงาน คืนนี้รอติดตามแรงงานสหรัฐฯ
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดลบ 464 จุด (-0.85%) หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการ 2Q26 ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.8% จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ราคาหุ้นที่ขยับขึ้นเด่นได้แก่ MSFT +2.5% LLY +1.9% พร้อมกับกลุ่มพลังงาน EXXON +2.1% CHEV +1.5%
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
เมื่อคืนน้ำมันดิบกลับมาปิดบวกและกดดัน Bond Yield ขยับขึ้น สะท้อนสถานการณ์สงครามที่ยังไม่นิ่งหลังมีรายงานว่า IRAN มิให้เรือของอิสราเอลกับสหรัฐฯเคลื่อนผ่าน HORMUZ และหนุน DollarIndex กลับมาแข็งค่าผสานกับบาทอ่อนค่ามาทดสอบ 33.12 B / $ คืนนี้รอติดตามแรงงานสหรัฐฯอย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน Consensus คาดไว้ที่ 8.5 หมื่นรายและ 4.2% หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนพร้อมกับ Yield ที่อาจกลับมาลดลงและบวกกับทองคำ ฝั่งทองคำวานนี้ชะลอเล็กน้อยอาจเป็นเพราะน้ำมันดิบที่กลับมาฟื้นตัวแต่ระยะกลางยังน่าสนใจเชื่อว่า FED มีแนวโน้มใช้นโยบายผ่อนคลายด้วยการคงดอกเบี้ย
ปัจจัยในประเทศ
บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศผลประกอบการอย่างวานนี้มี ADVANC ดีกว่าคาดการณ์จาก Consensus ฝั่ง GULF ก็รายงาน EBITDA +41%YoY แต่มีรายการพิเศษในช่วง 2Q25 ทำให้ NP -79%YoY แต่ Core Profit +74%YoY สินค้า IT ผลงานก็ดี SPVI กำไรขั้นต้น +16%YoY , NP +148%YoY ด้วยกำไรที่เด่นดีกับตลาดทุนผสานกับวานนี้ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 2.06 พันล้านบาท
วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1600 – 1630 มองน้ำมันจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนตลาดพร้อมกับหุ้นที่รายงานกำไรเด่น กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเลือกพลังงาน (PTT PTTEP PTTGC) Domestic Play (CPALL CPN HMPRO BBL KBANK KKP) และหาก Anti Oil ปรับลงมายังมองเป็นโอกาส
TOP PICK
KKP ซื้อ ราคาเป้าหมาย 120 Bt
มุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อความสามารถการเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2026 และ ROE ที่สูงขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 34% ในปี 2026 และ ROE เพิ่มขึ้นเป็นราว 12%
CREDIT ซื้อ ราคาเป้าหมาย 21.80 Bt
ชอบ CREDIT จาก (1) Valuation ระดับต่ำที่ 0.8x PBV’26 และ 5.4x P/E’26E บนการคาดการณ์ ROE ที่ 15.5% ในปี 2026 (2) แนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโต 7% ในปี 2026








