บล.เคจีไอ :

ประมาณการ 2Q64F: เป็นฤดูที่แข็งแกร่งผิดปกติ

Event
ประมาณการ 2Q64

lmpact
คาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q64 จะทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ CHG ใน 2Q64 จะออกมาน่าประทับใจที่ 351 ล้านบาท (+126.4% YoY, +39.2% QoQ) คิดเป็น 29.8% ของประมาณการใหม่ปีนี้ของเราที่ 1.18 พันล้านบาท โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่:

i) กำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ โดยเราคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.84 พันล้านบาท (+60.6% YoY, +30.0%) เนื่องจากรายได้จากผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม (ผู้ป่วยที่ชำระเงินสด, SSO และ NHSO) เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสาม ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ CHG จะเพิ่มขึ้นเป็น 32.0% จาก 29.0% ใน 2Q63 และ 29.7% ใน 1Q64 ทั้งนี้ เราคาดว่าโมเมนตั้มของ CHG จะเป็นบวกจากการให้บริการตรวจ COVID-19 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 รายต่อวันใน 2Q64 จากเพียง 300 รายต่อวันใน 1Q64

ii) เราคาดว่าผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลใหม่จะแข็งแกร่ง จากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดอีกระลอก จะทำให้ CHG ได้อานิสงส์จากสองโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ (จุฬารัตน์ 304 และรวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา) ซึ่งถึงจุดคุ้มทุนในระดับ EBITDA ไปแล้วตั้งแต่ 2H63 ดังนั้น เราจึงคาดว่าโรงพยาบาลสองแห่งนี้น่าจะถึงจุดคุ้มทุนในระดับกำไรสุทธิได้ในปี 2564 จากที่ขาดทุนสุทธิ 70 ล้านบาทในปี 2563

เรายังคงมองบวกเหมือนเดิม
เรามองบวกกับแนวโน้มการเติบโตของ CHG ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดย i) ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 และรวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งน่าจะถึงจุดคุ้มทุนใน 1H64 ii) รายได้จากการให้บริการบริหารจัดการโรงพยาบาล (ที่พัทยา และเกาะล้าน รวมถึง ศูนย์หัวใจสิรินธร) และ iii) รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการให้บริการวัคซีนทางเลือกตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี FY64-65 ขึ้นอีก 10.4% และ 9.9%
เนื่องจาก COVID-19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง เราจึงปรับ i) ประมาณการรายได้ปี FY64-65F ของ CHG ขึ้นจากเดิม 4.3% และ 6.4% ตามลำดับ และ ii) ประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี FY64-65F เป็น 34.3%-35.0% (จากเดิม 33.0%-34.2%) ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี FY64-65F เป็น 1.18 พันล้านบาท (+34.3% YoY) และ 1.34 พันล้านบาท (+13.5% YoY) ตามลำดับ

Valuation & Action
เราชอบ CHG เนื่องจาก i) คาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่องที่อัตรา 23.9% CAGR ในช่วงปี 2564-65F และ ii) ROE ที่สูงถึง 25.4%-25.6% ในปี 2564-65F อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้น CHG ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 80.4% ถึงจุดสูงสุด (ที่ 4.44 บาท) ทำให้เหลือ upside จำกัดถึงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 ใหม่ของเราที่ 4.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 7.9% และ TG ที่ 3.0%) จากเดิมที่ 3.55 บาท ดังนั้น เราจึงปรับยังคงคำแนะนำถือ

Risks
COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจชะลอตัวลง และปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่

- Advertisement -