เงินบาทแข็งค่าช่วยหนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 114 จุด (+0.25%) ตอบรับคาดการณ์ที่ว่า FED จะปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.79% ได้แรงหนุนจากการที่กลุ่ม OPEC+ ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตแต่เป็นการเพิ่มเพียงเล็กน้อย
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมาฝั่งสหรัฐฯ มิได้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ FED โดยพบเห็นการปรับลงของ US Bond Yield ในทุกๆ รุ่นอายุ พร้อมกับการอ่อนค่าของ Dollar Index สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนักราว 89% ที่ FED จะปรับลดดอกเบีย 0.25% และ 10.6% ที่จะปรับลดดอกเบีย 0.50% และจะปรับลง 3 ครั้งภายในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามให้จับตารอดูการประกาศเงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้ผลิตในช่วง 2 วันจากนี้ หากทิศทางเงินเฟ้ออย่ระดับสูง แต่แรงงานย่ำแย่อาจเป็นปัจจัยที่ EED จะดำเนินนโยบายอย่างลำบาก แต่ทั้งนี้ด้วย Dollar ที่อ่อนค่ากดดันให้เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 31.66 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี โดยพบเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติซื้อสุทธิหนักในตลาดตราสารหนี้ (YTD ซื้อ 1.2 พ้นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กับตลาดทุนพบว่าขายสุทธิ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ หากมีความเชื่อมั่นอาจได้เห็นการเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้น ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดพบว่า YTD เกินดุล 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นำมาโดยดุลการค้าเกินดุล 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ในครึ่งหลังอาจเห็นดุลการค้าเกินดุลไม่มาก หรือดุลบัญชีเดินสะพัดอาจติดลบก็เป็นไปได้ จากการส่งออกจะทยอยลดลง ด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าค่อนข้างสูงจะทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง ช่วยคลายกังวลแรงกดดันเงินเฟ้อ เมื่อประกอบกับเศรษฐกิจที่อาจมิได้แข็งแกร่งมากนัก อาจได้เห็นการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย (เป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มการเงิน อสังหาฯ) แต่การส่งออกอาจเผชิญแรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่า (วานนี้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับลง DELTA -4.5%) แต่เห็นแรงซื้อเด่นในกลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL CPAXT) ตามความคาดหวังรัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม
วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1255 – 1275 กระแสเงินทุนต่างชาติอาจไหลเข้ามาบ้างในตลาดหุ้นไทยตามเงินบาทที่แข็งค่า และมีความหวังต่อนโยบายภาครัฐ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นเลือกเป็นรายกลุ่ม เพราะมองว่าดัชนีคือส่วนผสมผสานระหว่างหุ้นที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ จึงเน้นเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์ อาทิ ค้าปลีก (BJC CRC CPALL CPAXT) การเงิน (MTC) อสังหาฯ (AP SPALI) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB) จังหวะย่อตัวยังมองเป็นโอกาสสะสมจากเงินปันผลระดับสูง
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
ICHI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.90 บาท)
คาดแนวโน้มยอดขายและกำไรปกติกลับมาโต YoY และ QoQ ใน 3Q25 หนุนจากยอดขายชาเขียวที่โด YoY หลังตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ Ichitan พลิกกลับมาโต 21% YoY ในเดือนก.ค. 2025 เทียบกับช่วง YTD ของ 7M25 ยัง -295% YoY เรายังคงมองเป็นหุ้นปันผลที่น่าสนใจ
CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท)
รายงานกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 6.8 พันล้านบาท (+9%YoY) หลังตัดรายการพิเศษมีกำไรปกติ 7 พันล้านบาท (+14%YoY, -7%QoQ) ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 30 bps YoY แม้คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 จะชะลอตัวเล็กน้อย YoY ที่ 0.8% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายสูงขึ้น 20 bps YoY








