Nonfarm สูงกว่าคาด ตลาดกังวล / 1,565–1,585

คาด SET Index พักตัวลง : โดยตลาดรับแรงกดดันจากการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls สหรัฐ ทำให้ตลาดกลับมากังวลทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ขณะที่ภายในยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ แนะรอจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ และ ผลการประชุม ECB

กลยุทธ์การลงทุน

1) Domestic Stock : AEONTS, BEM, CENTEL, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KBANK, KTB, KTC, MINT, CBG, SCB, TIDLOR, TNP, TRUE

2) Outlook ดีใน 2Q69: AMATA, CRC, OR, OSP, SPALI, SIRI, STECON, WHA

3) Data Center : GPSC, BGRIM, GULF, GUNKUL, WHAUP, ITEL, INSET, INET

4) Selective : TLI, BLA, BH, BCH, BDMS, COM7, NER, STA, TEGH, PTTEP, SPRC, TOP, ITC

  • ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ทำตลาดกังวล : ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร สหรัฐ เดือน พ.ค.69 ออกมาที่ 1.72 แสนตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาดมาก(คาดที่ 8.5 หมื่นตำแหน่ง) และ เป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับ 2 ของปีรองจากในเดือน มี.ค.69 ที่ออกมาที่ 1.78 แสนตำแหน่ง ภาพดังกล่าวสะท้อนภาพการจ้างงานที่ฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่ง หากเทียบกับปี 68 ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่เพียง 1 แสนตำแหน่ง จึงเป็นที่น่ากังวลว่าการจ้างงานที่ฟื้นตัวแรง จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่ผลักดันเงินเฟ้อ ด้าน Fedwatch Tools เปลี่ยนไปมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอาจจะอยู่ในระดับปัจจุบัน(3.50%-3.75%)นานขึ้นจากเดิมมองจะปรับขึ้นในรอบการประชุมเดือนม.ค.70 เป็นรอบการประชุมเดือน มี.ค. 70 โดยคาดจะปรับขึ้น 25 bps. และ จะปรับขึ้นอีกครั้ง 25 bps ในเดือน ก.ย. 70 ขณะที่ Bond Yields สหรัฐอายุ 10 และ 2ปี ปรับตัวขึ้นมาที่ 4.53% และ 4.16% ตามลำดับกดดันหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐ และ ภาพรวมตลาดหุ้น ซึ่งหุ้นไทยในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ และ การเงิน คาดรับแรงกดดันจากภาพทิศทางอัตราดอกเบี้ย

  • ภายในขาดปัจจัยใหม่ ฝากใจไว้กับ ไทยช่วยไทยพลัส : มองปัจจัยภายในของตลาดค่อนข้างจำกัด โดย นายกและตัวแทนที่ประชุม ครม. ระดับสูงสัปดาห์นี้ออกเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมในการประชุม AFF(ASEAN Future Forum) จึงอาจยังไม่มีการเคาะเห็นชอบโครงการใหม่ๆออกมา แรงส่งภายในจึงยังเน้นเป็นการกระตุ้นผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ล่าสุดมีการใช้จ่ายรวมนับตั้งแต่เริ่มโครงการทะลุ 1.4 หมื่นล้านบาทแล้ว มองยังเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีก ขนส่ง และ ท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่ม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน ก.ค. อีก 1.88 แสนบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากแผนเดิมที่ 2.06 แสนบาร์เรลต่อวัน หนุน Upside ของหุ้นโรงกลั่น และ พลังงานต้นน้ำ

  • ปัจจัยอื่นๆที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ : US- SpaceX เข้าเทรดวันแรก (12 Jun)/ Core CPI (May)/ Core PPI (May), JP- GDP (Q1), EU- ECB Interest Rate Decision (Jun)

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

  • (+) สภาอุตสาหกรรมไทยเผยยอดขายรถ EV เดือน เม.ย.69 ออกมาที่ 4.8 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 2.54%y-y อันเป็นผลมาจากการส่งมอบอีวี จากการจองในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ผ่านมา

  • (-) รมว.คมนาคม เผยที่ประชุมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังไม่พิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเนื่องจากต้องรอการหารือกับกลุ่ม ซี.พี. (บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด) ก่อน

  • (-) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตรียมแต่งตั้งอนุกรรมการ เพื่อทบทวนสูตรการคำนวณราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าการกลั่น และ ค่าการตลาดใหม่ เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย กดดันหุ้นค้าปลีกพลังงาน และโรงกลั่น

  • (-) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เผยดัชนี การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติทั่วประเทศในช่วงไตรมาสที่ 1 ปรับตัวลง 17%y-y หลังผู้ซื้อหลักจากจีน และ เมียนมาปรับลดสัดส่วนการซื้อลงอย่างรุนแรง

Picks of the day

BH (BUY)

  • เป้าหมาย: 192.00 / 195.00 แนวรับ: 180.50 / 183.00

  • ความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการรักษาหนุนการเติบโต: และช่วงหลังเทศกาลรอมฎอน กำลังเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อสูงของ BH ขณะเดียวกันยังคงได้รับความเชื่อมั่นในด้านมาตรฐานการรักษาสะท้อนจากการที่ BH ได้รับการจัดอันดับเป็นโรงพยาบาลอันดับ 1 ของประเทศไทย 6 ปีซ้อน (2564 ถึง 2569) และอันดับที่ 96 ของโลก

  • คาดเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ในภูเก็ต 2H70: โดยในระยะแรกจะเริ่มเปิดให้บริการ 120 เตียง และจะขยายเป็น 212 เตียงในอนาคต สอดรับกับแนวโน้ม Medical Tourism โดยภูเก็ตมีจุดแข็งทั้งด้านการท่องเที่ยว และการเข้าถึงลูกค้าต่างชาติ โดยดำเนินงานในรูปแบบ Hub & spoke สำหรับการรักษาโรคซับซ้อนและสามารถส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพฯ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างการเติบโต และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันระยะยาว

BGRIM (BUY)

  • เป้าหมาย: 15.70 / 16.00 แนวรับ: 14.20 / 14.50

  • เดินหน้า Data Center : บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนธุรกิจ Data Center ต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามสัญญาเงินกู้ Green Loan มูลค่าประมาณ 28,000 ลบ. สำหรับโครงการ Data Center ในจังหวัดชลบุรี โดยเรามองเป็นบวกรับธีมการลงทุนด้านดิจิทัลที่เข้ามาต่อเนื่องในปีนี้ และช่วยหนุนกำไรในอนาคต

  • ปัจจัยด้านต้นทุนช่วยหนุน: เราคาดระยะสั้นราคาหุ้นจะได้ปัจจัยภายนอกช่วยหนุน ได้แก่ ด้านต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าจะลดลง ตามภาวะสงครามตะวันออกกลางที่ใกล้ได้ข้อยุติ รวมไปถึงประเด็นนโยบายภาครัฐที่มีการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงงานทดแทนจะช่วยหนุนให้บริษัทมีโอกาสในการเติลโตในระยะยาว

- Advertisement -