บล.พาย:
TACC: T.A.C. Consumer PCL.
ฤดูร้อนหนุนกำไรทำสถิติใหม่อีกครั้ง
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 7.1 บาท (12XPER’26E) มีปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการงวด 2Q26 ที่คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดได้ใหม่อีกครั้งมาอยู่ที่ 104 ล้านบาท จากผลดีของการเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือน เม.ย. และพ.ค. รวมกับการเปิดสาขาใหม่ของร้าน 7-11 และ พันธุ์ไทยที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำไรที่ออกมาทำให้กำไรสุทธิในช่วง 1H26 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ เราจึงมีการปรับกำไรสุทธิทั้งปีขึ้นจากเดิม 8% มาอยู่ที่ 361 ล้านบาท
คาด 2Q26 กำไรสุทธิ 104 ล้านบาท (+31%YoY,+4%QoQ)
-
เราคาดกำไรสุทธิงวด 2Q26 ของ TACC ยังเดินหน้าทำสถิติสูงสุดได้ใหม่อีกครั้งที่ 104 ล้านบาท (31%YoY,+4%QoQ) ได้รับผลดีจากการเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือน เม.ย.-พ.ค. รวมกับการขยายสาขาของทั้ง 7-11 และร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง
-
รายได้คาดที่ 664 ล้านบาท (+15%YoY,+4%QoQ) เติบโตดีจากประเด็นที่กล่าวไปข้างต้น โดยอุณหภูมิเฉลี่ยในกรุงเทพช่วง 2Q26 สูงถึง 30.1 องศา เทียบกับ 28.0 องศา ใน 1Q26 (ส่วนเทียบกับ 2Q25 จะสูงขึ้นเล็กน้อย) นอกจากนี้ยังมี การออกสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-11 อย่างต่อเนื่องเช่นเมนู อัญชันน้ำผึ้งมะนาว ขณะที่แรงหนุนจากเทศกาลบอลโลกคาดช่วยกระตุ้นยอดขายชดเชยนักท่องเที่ยวที่ลดลงในเดือน มิ.ย. ลงได้
-
อัตรากำไรขั้นต้นยังคาดทรงตัวที่ 32% ใกล้เคียงกับ 2Q25 และ 1Q26 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 84 ล้านบาท (-3%YoY,+4%QoQ) ยังควบคุมได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
3Q26 ฝนเริ่มมา
สำหรับแนวโน้ม 3Q26 ถ้าเทียบกับ 2Q26 อาจจะเห็นการชะลอตัวลงบ้าง เพราะผลกระทบจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน รวมถึงการท่องเที่ยวที่ถูกกดดันหลังจากสงครามกลับมารุนแรงตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แต่หากเทียบกับ 3Q25 คาดรายได้ยังเห็นการเติบโตได้จากฐานร้านค้าที่ 7-11 และ พันธุ์ไทยที่มากกว่าปีก่อนหลังจากมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง
สำหรับการย้ายเข้าจดทะเบียนในตลาด SET จาก MAI เราคาดว่าจะช่วยสร้างแรงดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนกลุ่มสถาบันเข้ามามากขึ้น ส่วนการขายหุ้นซื้อคืนให้พนักงาน จะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาหุ้นในกระดานได้
ปรับกำไรขึ้น 8% หลังครึ่งปีกำไรดี
หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรในช่วง 1H26 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 61% ของกำไรสุทธิทั้งปี เราจึงปรับกำไรทั้งปีขึ้นจากเดิม 8% มาอยู่ที่ 361 ล้านบาท (+21%YoY)
สำหรับคำแนะนำการลงทุน จากผลประกอบการที่คาดว่าจะออกมาดี และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ยังคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 7-8% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 7.1 บาท (12XPER’26E)








