บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

BANGKOK DUSIT MEDICAL SERVICES (BDMS TB)

Key takeaways from analyst meeting

Highlights 

  • ในการประชุมเมื่อวันศุกร์ BDMS มองว่าประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (co-payment) ไม่ได้ทำให้ปริมาณคนไข้ลดลง เพราะโรคและพฤติกรรมเสี่ยงยังอยู่ (บริโภค/ไลฟ์สไตล์) และสังคมสูงวัยยังดันอุปสงค์ต่อเนื่อง แต่การร่วมจ่ายจะส่งผลให้ผู้เอาประกันเลือกใช้บริการทางการแพทย์อย่างคุ้มค่ามากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ รวมถึงราคาที่เหมาะสมและคาดการณ์ได้
  • รูปแบบประกันร่วมจ่าย เป็นโครงสร้างปกติที่มีอยู่แล้วในต่างประเทศ ในประเทศไทยเริ่มบังคับใช้เดือน มี.ค. 2025 เพื่อให้คนไข้ที่ยื่นเคลมโรคเล็กน้อย หรือโรคทั่วไป (simple disease) เกินจำนวนครั้งที่กำหนด ต้องร่วมจ่ายในปีถัดไป BDMS จึงมองว่าผลกระทบยังไม่เกิดและคาดว่าจะยังจำกัด ขณะที่ผู้บริโภคจะตื่นตัวมากขึ้นในการดูแลสุขภาพ
  • ต่อกรณีบริษัทประกันบางรายเตรียมยุติการขายประกันสุขภาพเหมาจ่ายแก่ลูกค้าใหม่ ผู้บริหารมองว่าอาจเป็นปัจจัยเร่งการตัดสินใจให้รีบทำประกันก่อนเปลี่ยนเงื่อนไข และประเทศไทยยังมีสัดส่วนการถือครองประกันสุขภาพต่ำ (ราว 10% ของประชากร) เทียบกับบางประเทศที่สูงมาก (80–90%) จึงมีโอกาสที่ฐานจำนวนผู้เอาประกันเติบโตได้อีก โดยรูปแบบประกันร่วมจ่ายหรือมีความรับผิดส่วนแรก จะทำให้เบี้ยประกันต่ำลง และคนไข้เข้าถึงประกันสุขภาพได้ง่ายขึ้น
  • ประกันสุขภาพร่วมจ่าย ส่งผลให้คนไข้และบริษัทประกันต้องการความชัดเจนของค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลมากขึ้น BDMS จึงวางตำแหน่งด้วยแนวทางราคาที่คาดการณ์ได้ โดยเฉพาะการออกแบบแพคเกจผ่าตัด อิงเครื่องมือประเมินราคาที่พัฒนาจากฐานข้อมูลทั้งเครือข่ายของโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและทำให้คนไข้ตัดสินใจรักษาได้ง่ายขึ้น จากการเห็นภาพรวมค่ารักษาและส่วนที่ต้องจ่ายเองอย่างชัดเจน
  • BDMS มีทีม Utilisation management เพื่อกำกับให้การรักษาเป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสมทางการแพทย์ โดยทำงานร่วมกับบริษัทประกันอย่างใกล้ชิด ผู้บริหารจึงคาดว่าการเติบโตของประกันร่วมจ่ายจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจำกัด นอกจากนี้ ยังชี้ว่า medical inflation ราว 14% ในปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อนและการผ่าตัดเพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่าต่อบิลสูงขึ้น มากกว่าจะเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาในวงกว้าง ดังนั้น การทำราคาให้สามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ จะช่วยลดความกังวลของคนไข้ แม้ในกลุ่มที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว
  • เรามองว่าประเด็นข้างต้นจะช่วยคลายความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มปริมาณคนไข้ เมื่อประกันสุขภาพแบบร่วมจ่ายมีบทบาทมากขึ้น โดยผู้ถือประกันสุขภาพเดิมคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีประกันสุขภาพ มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อกรมธรรม์มากขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนสัดส่วนรายได้จากกลุ่มคนไข้ไทยที่มีประกันของ BDMS (ปัจจุบันคิดเป็น 32% ของรายได้โรงพยาบาล)
  • แนวโน้มผลประกอบการ 4Q25 ยังอยู่ในทิศทางบวก และคาดเติบโตทั้ง q-q และ y-y อาจเป็น catalyst ในระยะสั้น ขณะที่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง ซื้อขายที่ 17x P/E และ 10x EV/EBITDA ปี 2026 (>-2.0SD) และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปานกลางราว 4% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ BDMS
- Advertisement -