ตลาดระยะสั้นมีแรงผันผวนอาจเลือก Wait & See / Take Profit
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 179 จุด (-0.36%) นักลงทุนกังวลว่าทรัมป์เสนอชื่อประธาน FED คนใหม่จะใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.03% เผชิญแรงทำกำไร หลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นก่อนหน้าจากข่าวอิหร่าน
Market Outlook
คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเกิดความกังวลกับสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งทองคำ หุ้นสหรัฐฯ พร้อมกับ Dollar ที่ปรับขึ้นมาแข็งค่า ประเมินสาเหตุเป็นไปได้จาก (1) สหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตพบว่าขยายตัวมากกว่าที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ (PPI +3%YoY สวนทางกับ Consensus คาดการณ์ที่ 2.8% YoY) หรืออีกปัจจัย (2) ทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน FED คนถัดไป ประวัติว่าที่ผู้ว่าท่านนี้เคยทำงานให้กับ Morgan Stanly และเคยเป็นคณะกรรมการของ FED ในอดีตที่ผ่านมา Warsh เคยมองว่าการใช้นโยบายการเงิน QE เป็นการบิดเบือนตลาด แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังๆ มานี้ก็เริ่มมีแนวคิดเริ่มส่งสัญญาณว่าเห็นด้วยกับทรัมป์เช่นการปรับขึ้นภาษีนำเข้า รวมไปถึงหนุนการลดดอกเบี้ยของ FED ดังนั้นระยะสั้นนักลงทุนอาจเลือกขายทำกำไรก่อนบนความไม่แน่นอนของผู้ว่า FED คนใหม่ แต่ทั้งนี้เชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทรัมป์ค่อนข้างส่งสัญญาณชัดเจนคืออยากให้ FED ลดดอกเบี้ย การหาผู้ว่าประธาน FED คนใหม่ก็ควรจะมีแนวทางผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าจะเข้มงวด หุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับลงจึงมองเป็นโอกาสมากกว่า โดยเฉพาะหุ้นที่กำไรดี (META VISA)
กลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่าวันศุกร์ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมารายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ธ.ค. พบว่าดีขึ้นจากเดือน พ.ย. ตามการส่งออกสินค้าที่ดีขึ้นจากกลุ่ม Tech และสินค้าเกษตร การบริโภคขยายตัวจากมาตรการภาครัฐและรถยนต์เร่งขึ้นก่อนมาตรการ EV 3.0 จะสื้นสุดลง สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ มองเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อการลงทุน (DELTA TISCO KKP) คืนนี้รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย PMI ภาคผลิตจาก ISM Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 48.5
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1300 – 1340 ตลาดเริ่มเผชิญแรงคดดันเชิงจิตวิทยา (เช้านี้ Dow Jones Future แกว่งลบพร้อมกับทองคำที่ปรับลง) แรงกดดันอาจเกิดจาก 2 สาเหตุที่รายงานก่อนหน้า ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือก Wait & See / Take Profit บางส่วนเพื่อรอซื้อกลับในช่วง ถัดไปแต่หากรับความเสี่ยงสูงระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) รับเงินบาทที่อ่อนค่า กลุ่ม Defensive (BDMS BCH ADVANC) มองเป็นกลุ่มหลบภัยที่ดี กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN) Earnings Yield Gap
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
ITC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 19.30 บาท)
ผลประกอบการงวด 4Q25 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าคาเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากก็ตาม โดยเราคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 799 ล้านบาท (+1%YoY, 2%QoQ) ขณะที่รายได้คาดที่ 4,839 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นยังรักษาระดับสูงกว่า 25% จากผลดีของนสินค้าในกลุ่ม Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง
BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
จากข่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจำหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2026 เป็นต้นไป คาดผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัด โดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำเป็นเช่นในฉบับหลัง 31 มี.ค. 2025 ทั้งนี้ไม่มีผลย้อนหลังต่อฉบับที่มีการจำหน่ายออกไปก่อน







