บล.เอเซีย พลัส:
PETROLEUM & CHEMICAL ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัว WoW จากการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว (Overweight)
Event Snapshot
• ราคาน้ำมันดิบ Dubai, Nymex และ Brent เฉลี่ยปรับตัวลดลง 13.11% WoW, 9.44% WoW และ 8.00% WoW มาอยู่ที่ 111.66, 89.66 และ 97.67 เหรียญฯ/บาร์เรล ตามลำดับ
• ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยวันที่ 6–9 เม.ย. 2569 ปรับตัวลดลง 3.56% WoW มาอยู่ที่ 48.80 เหรียญฯ/บาร์เรล
• ราคา LNG JKM ตลาดเอเชียเฉลี่ยวันที่ 6–9 เม.ย. 2569 ลดลง 1.13 จากค่าเฉลี่ยในสัปดาห์ก่อนหน้า (-6.08% WoW) มาอยู่ที่ 17.51 เหรียญฯ/ล้านบีทียู
Impact Insight
• ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยมีแรงกดดันจากความหวังด้านการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่นำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ และเงื่อนไขการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงที่ประชุม OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิต 2.06 แสนบาร์เรล/วัน ในเดือน พ.ค. ประกอบกับ EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สัปดาห์ล่าสุดเพิ่มขึ้น 3.1 ล้านบาร์เรล สูงกว่าคาดที่ 0.7 ล้านบาร์เรล แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างสัปดาห์ราคาน้ำมันยังมีแรงหนุนจากความตึงเครียดและเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเป็นระลอก รวมถึงข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ การเจรจายุติสงครามประสบความล้มเหลว ก่อนจะมีรายงานว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับสู่โต๊ะเจรจาใหม่ภายในสัปดาห์นี้
• ค่าการกลั่นอ่อนตัวลง จาก spread ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวลดลง หลังความกังวลด้าน supply จากตะวันออกกลางเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้น
• ราคา LNG อ่อนตัวลง WoW จากความหวังว่าสงครามมีแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้น และความต้องการใช้ LNG สำหรับผลิตไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัว
Execution
• กลุ่มปิโตรเลียม คาดว่าความเสี่ยงทางสงครามยังเป็นแรงหนุนต่อราคาน้ำมัน และปิโตรเคมีให้อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2569–70 ขึ้นมาอยู่ที่ 80 และ 75 เหรียญฯ/บาร์เรล ตามลำดับ ส่วนปี 2571 เป็นต้นไป ทรงตัวที่ 70 เหรียญฯ/บาร์เรล แนะนำ PTTEP (FV@170B)
• กลุ่มโรงกลั่น ค่าการกลั่น spot ผันผวนจากภาวะสงคราม แต่ผลประกอบการงวด 1Q69 ยังขึ้นอยู่กับการจัดการที่ดี ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่น แนะนำ trading ตามทิศทางค่าการกลั่นสำหรับ TOP (FV@55.0)
• กลุ่มปิโตรเคมี คาดว่าได้รับผลบวกจากราคาปิโตรเคมีที่น่าจะผ่านจุด bottom ไปแล้วในปีที่ผ่านมา และความกังวล supply shortage จากสภาวะสงคราม ส่วน IVL (FV@29B) จะได้ผลบวกเพิ่มเติมจากช่วง High season ของ PET








