ผู้ถือหุ้น PSGC ไฟเขียว รับทราบแผนขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตของรายได้ระยะยาว ร่วมเสริมเสถียรภาพห่วงโซ่พลังงานในภูมิภาค
บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจและแผนการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือการอนุมัติการปรับโครงสร้างหลักทรัพย์ทางบัญชีรอบสุดท้าย ถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจาก 2 รอบก่อนหน้า ที่บริษัทได้ทยอยดำเนินการตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้งบการเงินของบริษัทสะท้อนสถานะทางธุรกิจได้ชัดเจน โปร่งใส และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะต่อไป รวมถึงยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSGC กล่าวว่า “การที่ผู้ถือหุ้นให้การสนับสนุนวาระต่าง ๆ ในการประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทิศทางของบริษัท การปรับโครงสร้างทุนที่เสร็จสิ้นในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของ PSGC ทำให้บริษัทมีความพร้อมเต็มที่ในการสร้างรากฐานของการเติบโตในระยะยาว ผ่านธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับความต้องการพลังงานของภูมิภาคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดโครงสร้างรายได้ของบริษัทที่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น”
ในด้านผลการดำเนินงาน ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 377.5 ล้านบาท ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวม 5,533.6 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 4,849.1 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า รองรับการขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงกลยุทธ์ในระยะต่อไป
PSGC อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว สู่การเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ในฐานะผู้เล่นในห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติในระดับภูมิภาค โดยมีกลยุทธ์การเติบโต 3 เสาหลัก ได้แก่ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักในระยะสั้น การขยายสู่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติในระยะกลาง และการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มดำเนินดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ผ่านการลงทุนในบริษัท Nam Tien Limited Liability Company หรือ“NT” บริษัทสัญชาติเวียดนามผู้ดำเนินธุรกิจห่วงโซ่อุปทานด้านทรัพยากรพลังงานครบวงจร โดยดำเนินการทั้งงานเหมืองในลาว ระบบโลจิสติกส์ และการขนส่งถ่านหินข้ามพรมแดนระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเสริมโครงสร้างรายได้ของบริษัทในระยะยาว จากรูปแบบรายได้ตามโครงการก่อสร้าง (project-based construction) ในอดีต ไปสู่รายได้จากการดำเนินงานที่มีความต่อเนื่อง (recurring income) และเชื่อมโยงกับความต้องการพลังงานที่เติบโตขึ้นในอนาคต









