
GC และ SCGC ลงนาม MoU ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุน เชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทย มุ่งสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชนปิโตรเคมี สนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทย และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุน ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ คือ การสร้างธุรกิจปิโตรเคมีที่มีศักยภาพในระดับแนวหน้าของภูมิภาค ต่อยอดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่ง ผ่านการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายทาง สามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”
ด้านนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย พร้อมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มขีดความสามารถ ทางการแข่งขันในระดับโลก อีกทั้งยังช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิต และการส่งออกในภูมิภาค สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยมีผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ให้กับอุตสาหกรรมไทย”
สำหรับบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการศึกษา โดยผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสอง และจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน
เกี่ยวกับ GC
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC มุ่งมั่นเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นด้วยนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ตามวิสัยทัศน์ของเราในการเป็นเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงดุลยภาพของสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) (ESG) ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกอนาคต ควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
GC เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในโลก ที่ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยคะแนนสูงสุด 7 ปีต่อเนื่อง โดย S&P Global รวมถึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำระดับ A ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ติดต่อกัน 6 ปี ซ้อน (ปี พ.ศ. 2563-2568) และระดับ B ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จาก CDP ปัจจุบัน GC มีฐานการผลิตและจัดจำหน่ายกว่า 90 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนากว่า 40 แห่ง ใน 20 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ GC ตั้งเป้าเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593
เกี่ยวกับ SCGC
เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน มีฐานการผลิตหลัก 3 ประเทศ ได้แก่ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึงขั้นปลาย ประกอบด้วย เม็ดพลาสติกหลัก 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน (PE) พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ตามแนวทาง ESG โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA : High Value Added Product & Service) รวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง Low Waste, Low Carbon อาทิ นวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Polymer ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMERTM ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ตอบรับเมกะเทรนด์ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ และโซลูชันด้านพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน – ข้อมูลเพิ่มเติม www.scgchemicals.com








