TPBI เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 1,100.08 ล้านบาท ฝ่าช่วง Low Season พร้อมรักษาฐานกําไรสุทธิ 54.57 ล้านบาท
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,089.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 54.57 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) โดยยังคงเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนการส่งออกที่แข็งแกร่ง
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,100.08 ล้านบาท ลดลง 15.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 54.57 ล้านบาท ลดลง 6.03% จาก 58.08 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 120.10 ล้านบาท ลดล 16.32% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านโครงสร้างรายได้และสัดส่วนการขาย ยอดขายส่วนใหญ่ของบริษัทฯ (52.43%) มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือที่ประเทศอังกฤษและออสเตรเลีย โดยแบ่งสัดส่วนยอดขายตามกลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่มสินค้า Cons 47%, กลุ่มสินค้า Flexs 31%, กลุ่มสินค้าอื่นๆ 16% และกลุ่มสินค้า Paper 5%
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ สามารถปรับลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง บริษัทฯ มีต้นทุนขายอยู่ที่ 915.44 ล้านบาท ลดลง 16.80% จากปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 111.20 ล้านบาท ลดลง 0.36% โดยคิดเป็น 10.11% ของรายได้รวม
ในส่วนของฐานะทางการเงิน (เปรียบเทียบ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 กับ สิ้นปี 2568) บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,158.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% โดยปัจจัยหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,018.63 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.34%) ซึ่งรวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 39.85 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.85%
ด้านหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 1,160.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.50% โดยหลักเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,998.69 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 50.17 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสะสมกำไรจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
นายกมล บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ระบุว่า การลดลงของรายได้และกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ เป็นไปตามรอบปกติของธุรกิจที่เป็นช่วง Low Season อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาสภาพคล่องและบริหารจัดการสัดส่วนหนี้สินให้สอดคล้องกับการขยายตัวของสินทรัพย์หมุนเวียนเพื่อรองรับการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป









