เก่งหลังเกมส์
SET Index วันนี้ปรับขึ้นต่อ +13.2 จุด +0.82% ปิดตลาดที่ 1621.5 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 7.69 หมื่นล้านบาท แรงหนุนจาก ภาพหลักสถานการณ์ของสงครามตะวันออกกลางเป็น De-escalation และภายในแรงส่งการลงทุนเด่น ทั้งศาลตัดสิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จุดตั้งต้นเปลี่ยนผ่านและผลักดันพลังงานหมุนเวียน ฯลฯ
Sector ที่หนุนดัชนีนำโดยกลุ่มชิ้นส่วน DELTA, CCET กลุ่มพลังงาน PTT, GPSC, GULF กลุ่มธนาคาร (KBANK, KTB) ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่กดดัชนีคือ ICT (ADVANC) กลุ่มอาหาร (CPF) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น
BA +5.5% THAI +2.5%
กลุ่มสายการบินปรับขึ้นรับราคาน้ำมันดิบพลิกปรับ อิง น้ำมันดิบ Brent -2.20%d-d ปิดที่ US$ 76.3/barrel เนื่องจากกลุ่มสายการบินมีต้นทุนมาจากน้ำมันสูง เน้น BA ปริมาณผู้โดยสารเส้นทางสมุยโตต่อเนื่อง มิ.ย.26 (mtd) +11%y-y สวนทางผู้โดยสารทั่วประเทศ -3%y-y หนุนผลประกอบการ 2Q26F สูงกว่าคาดเดิม หุ้น BA มีจุดเด่นจากเส้นทางบินสมุยโตแกร่ง มีความยืดหยุ่นสูงต่อสถานการณ์สงครามฯ ต้นทุนน้ำมันต่ำ และมีรายได้เงินปันผลรับหนุนผลประกอบการ ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 22.0 บาท
SCC +1.7%
ปรับขึ้นจากมุมมองพื้นฐานบวก 1) กำไรปกติ 2Q26F Surprise บวก +147%y-y, +299%q-q Supply Disruption หนุนธุรกิจปิโตรเคมี 2) แม้เรามองอนุรักษ์นิยมใน 2H26 แต่ทั้งปีกำไรโตสูง 288% และมีโอกาส Surprise บวก จากซัพพลายโลกที่ขาด 3) PBV26F (0.84x) ยังต่ำกว่า AVG
ITC -4.7%
ราคาหุ้นปรับลงคาดว่าจากข่าว บริษัทเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติปล่อยเงินกู้ TU (อีกครั้ง) วงเงินไม่เกิน 6 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% อายุ 5 ปี เชิงกลยุทธ์ แนวรับ 16.0 แนวต้าน 16.5/17.2 Cut loss <15.8
WHA + 6.8%, AMATA +6.5%
ราคาหุ้นกลุ่มนิคมวันนี้ปรับขึ้นเด่นและ Outperform SET Index ที่ปรับขึ้นเพียง 0.57% แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกทั้งกระแสย้ายฐานการผลิตและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ( อิง Verisk Maplecroft เผยไทยเป็น 1 ในดาวรุ่ง Supply Chain ของโลก จากจุดเด่นโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง ระบบ Logistic และนิคมพร้อม) หนุนมุมมองเชิงบวกต่อยอดขายที่ดินในนิคมในปี 2026 เร่งขึ้น Strategy : ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมในระยะกลาง – ยาว โดยระยะสั้นคาดว่ารายงานยอดขอ BOI งวด 2Q26 ที่จะออกมาในช่วง 1 -2 สัปดาห์หน้ามีโอกาสออกมาเติบโตเด่น เป็นปัจจัยหนุน








