KS Daily View 10 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,600-1,620 จุด แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ช่วยกระตุ้น sentiment กลยุทธ์ยังเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำทยอยสะสม SCC, AEONTS
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,608.30 เพิ่มขึ้น 32.05 จุด (+2.03%) แรงซื้อในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ไฟแนนซ์, ค้าปลีก โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 8,634 ลบ. (ซื้อเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,600-1,620 จุด ตลาดยังมีโมเมนตัมเชิงบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์มีแรงซื้อกลับ จากความคาดหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการที่ยังคงแข็งแกร่ง ผสานกับรายงานจาก Bloomberg ซึ่งบ่งชี้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ทำให้ราคาน้ำมันดิบวานนี้ -2.2% ส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นผ่อนคลายลงบ้าง แต่อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามท่าทีของทั้งสองฝั่งว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ ได้จิตวิทยาเชิงบวกเพิ่มเติมจาก ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องปรับขึ้นเด่น ส่วนภาพรวมในช่วงถัดไปคาดตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักมากขึ้นต่อการพรีวิวผลประกอบการ รวมถึงการประชุมนักวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรเติบโตเด่น โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ SCC, AEONTS
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าใช้วงเงินทั้ง 4 แสนล้านบาทได้ต่อทันที โดยแบ่งเป็นวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และอีก 2 แสนล้านบาทสำหรับการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก ธนาคารรับเหมา และกลุ่มพลังงานสะอาด โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงานทดแทน เช่น WHAUP, EASTW, GUNKUL, GULF, STECON เป็นต้น
- IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้น 0.4% เป็น 1.9% สวนทางหลายประเทศในอาเซียนที่ถูกปรับลดลง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI การลงทุน และการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ขณะที่ IMF มองว่าไทยเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศสำคัญของโลกที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI แม้เศรษฐกิจภูมิภาคยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ถือเป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center เช่น KCE, DELTA, AMATA, WHA รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง GULF, BGRIM, GUNKUL ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุนศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.7 ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่คลี่คลาย ราคาน้ำมันที่ลดลง และแรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคงระมัดระวัง เนื่องจากกำลังซื้อฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและยอดขายยังไม่กลับมาอย่างชัดเจน ถือเป็นบวกต่อหุ้นบริโภคในประเทศและค้าปลีก เช่น CPALL, CPAXT และ CRC ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายที่ทยอยฟื้นตัวในช่วง 3Q69-4Q69
- รัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. 2569 เพื่อสำรองเชื้อเพลิงไว้ใช้ในประเทศ หลังโรงกลั่นหลายแห่งถูกโดรนยูเครนโจมตีจนกระทบกำลังการผลิต ส่งผลให้ตลาดดีเซลโลกตึงตัวมากขึ้นในช่วงที่อุปทานพลังงานได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยรัสเซียยังเริ่มนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเพื่อบรรเทาปัญหาภายในประเทศ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทย เช่น TOP, BCP จากแนวโน้มค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาดีเซลที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
SCC: ราคาพื้นฐาน 263.00 บาท
- คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 7.8 พันลบ. (+26% QoQ) หนุนจากกำไรปกติที่ฟื้นตัวแรงตามส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ขยายตัว แม้กำไรสต๊อกลดลงและ ROC รวมถึง LSP หยุดเดินเครื่องบางช่วง
- ความไม่แน่นอนของ ROC ยังเป็นความเสี่ยงหลัก หลังประกาศ Force Majeure ตั้งแต่ มี.ค.69 จากปัญหาจัดหาวัตถุดิบในตะวันออกกลาง และสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านซัพพลาย
- รอความชัดเจน JV กับ PTTGC ใน 3Q69 เพื่อรวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ ขณะที่มองบวกระยะยาวต่อการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีและปรับโครงสร้างธุรกิจร่วมกัน
AEONTS: ราคาพื้นฐาน 120.00 บาท
- แนวโน้มกำไรชัดเจนขึ้นจากการตั้งสำรองเชิงรุก โดย AEONTS ตั้ง management overlay เพิ่ม 230 ลบ. รองรับความเสี่ยงตะวันออกกลาง และคาดว่า credit cost จะทรงตัวในช่วง 2Q-3QFY70
- ต้นทุนเงินทุนลดลงช่วยหนุน NIM ฟื้นตัว หลังรีไฟแนนซ์หนี้ 2.3 หมื่นลบ. ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง คาด NIM ผ่านจุดต่ำสุดใน 2QFY70 ก่อนทยอยฟื้นตัวใน 2HFY70
- แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 บาท จากแนวโน้มสินเชื่อฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง การลดลงของ credit cost และโอกาสเกิดมาตรการบริหารเงินทุน เช่น การซื้อหุ้นคืน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.8%YoY เพิ่มจาก +6.3%YoY ในเดือน พ.ค.








