AIS เผยกำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท โต 28% โชว์ศักยภาพ 5G และเน็ตบ้าน ดัน ARPU พุ่งต่อเนื่อง
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โชว์ความแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าคุณภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ
ผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมที่ 58,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากการให้บริการหลัก 44,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการใช้งานบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในขณะที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน ตามการเติบโตของบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ชดเชยด้วยการใช้จ่ายของลูกค้าองค์กรที่อ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ด้านการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีต้นทุนการให้บริการรวม 21,216 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง ภายหลังการสิ้นสุดสัญญา 2100MHz กับ NT ประสิทธิภาพการรวมโครงข่าย ประโยชน์จากการรวมโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอัตราค่าไฟที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรีไฟแนนซ์และชำระคืนเงินกู้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลดลงเหลือ 2.6%
ทั้งนี้ กำไร EBITDA อยู่ที่ 32,194 ล้านบาท โตต่อเนื่อง 2.1% จากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.3% และหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจบริการ (Service EBITDA margin) จะอยู่ที่สูงถึง 68.5%
ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ADVANC มีสินทรัพย์รวม 461,228 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นเป็น 0.9 เท่า (จาก 0.5 เท่า ณ สิ้นปี 2568) เนื่องจากมีการสำรองเงินสดเพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผลด้านความสามารถในการชำระหนี้ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.5 เท่า และมีอันดับเครดิตที่ระดับ BBB+ จาก S&P Global สะท้อนถึงการเป็นบริษัทที่มีสถานะทางการเงินในระดับลงทุน (Investment Grade) อย่างมั่นคง
ในส่วนของความคืบหน้าในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ GSA02 ซึ่งเป็นโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้บริษัทร่วมทุน GSA Data Center มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2570 ด้วยกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ โดยดาต้าเซ็นเตอร์ดังกล่าวจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อมรองรับการใช้งานระดับ Hyperscale ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในบริการลูกค้าองค์กร และยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัท ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เอไอเอส ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการเตรียมการก่อสร้างโครงการจำนวน 910 ล้านบาท จากวงเงินสนับสนุนทางการเงินตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นรวม 3,641 ล้านบาท
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เอไอเอสประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 31,000 ล้านบาท) โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 5 ปี มูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ครบกำหนดปี 2574 อัตราดอกเบี้ย 4.260% และหุ้นกู้อายุ 10 ปี มูลค่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ครบกำหนดปี 2579 อัตราดอกเบี้ย 4.894% โดยหุ้นกู้นี้จดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST)
เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (cross-currency swaps) เพื่อแปลงภาระหนี้เป็นสกุลเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสอดคล้องกับระดับต้นทุนเงินทุนในปัจจุบัน (ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.6%)
การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ช่วยกระจายแหล่งเงินทุนของบริษัท ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นกู้ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2.5 เท่า สะท้อนถึงความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ผู้บริหารมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังคงเชื่อมั่นในอำนาจการซื้อของกลุ่ม “ลูกค้าคุณภาพ” และมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมไปสู่ องค์กรเทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างเต็มรูปแบบ









