GLOBAL โชว์กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 798 ล้านบาท โต 29.24% ชูความสำเร็จกลุ่มสินค้า House Brand พร้อมขยายสาขาต่อเนื่องและคว้ารางวัลความยั่งยืนระดับโลก

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ผู้นำศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยมีกำไรสุทธิรวม 798.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.58 ล้านบาท โต 29.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GLOBAL เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,775.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.36% โดยมาจากรายได้การขาย 8,589.72 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 2,286.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.63% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 26.62% EBITDA 1,357.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.03% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรหลักที่แข็งแกร่ง

แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่บริษัทฯ สามารถสร้างผลกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความสำเร็จกลุ่มสินค้า House Brand ที่มียอดขายกลุ่มสินค้าแบรนด์ของบริษัทฯ เติบโตต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันทั้งรายได้และกำไรขั้นต้น

นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ลดลง 1.04% จากการปรับเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงถึง 40.97% มาอยู่ที่ 37.88 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน

ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 GLOBAL มีสาขาในประเทศไทยรวม 97 สาขา (เพิ่มขึ้น 6 สาขาจากปีก่อน) และในกัมพูชา 2 สาขา โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เปิดสาขาโพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อขยายฐานลูกค้าในพื้นที่

ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทฯ มีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น โดยมีสินทรัพย์รวม 39,056.32 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 11.64% มาอยู่ที่ 12,722.24 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.48 เท่า และมีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.36 เท่า

บริษัทฯ ประสบความสำเร็จบนเส้นทางความยั่งยืนในระดับสากล โดยมีพัฒนาการสำคัญ ได้แก่:

  • ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (เป็น 1 ใน 17 บริษัททั่วโลก)

  • ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569

ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” นายวิทูร กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -