บล.พาย:
DOHOME: Dohome PCL
แนวโน้มสดใสทั้งยอดขายและอัตราการทำกำไร
เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 4.10 บาท คาดกำไร 2Q26 โดดเด่น YoY และ QoQ ตามแนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในช่วง QTD ของ 2Q26 ยังสดใส SSSG ของกลุ่มลูกค้า POS ยังคงบวกได้ 1% YoY และ SSSG ของ Back office +7% ถึง +9% YoY ต่อเนื่องตั้งแต่งานโครงการภาครัฐทยอยออกมา ซึ่งมาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นสินค้ากลุ่มเหล็กที่ดีขึ้น ล่าสุดรายงานกำไรสุทธิงวด 4Q25 ที่ 251 ล้านบาท (+2%YoY, +159%QoQ) ใกล้เคียงกับที่เราและตลาด คาด กำไรที่เพิ่มขึ้น YoY ผลจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
กำไร 1Q26 เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ
-
มียอดขาย 1Q26 ทรงตัว YoY ที่ 8.1 พันล้านบาท (+16%QoQ) ตามปัจจัยฤดูกาล โดยยอดขายที่ทรงตัว เป็นผลจากยอดขายสาขาใหม่ที่เทพารักษ์ นครสวรรค์ และภูเก็ต หักกลบกับ SSSG ช่วง 1Q26 ที่ -4.14% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน (SSSG ช่วง 1Q25 ที่ +0.45% YoY) โดยมีสาขา Dohome size L จำนวน 27 สาขาใน 1Q26 เทียบกับ 24 สาขาใน 1Q25 และมี Dohome To Go ที่ 26 สาขาใน 1Q26 เทียบกับ 15 สาขาใน 1Q25
-
อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ -4.1% ใน 1Q26 เนื่องจาก SSSG ของกลุ่มลูกค้า POS ลดลง -7% ถึง -8% ตามกำลังซื้อผู้บริโภคที่โซน กทม. และปริมณฑลที่ลดลง ขณะที่ SSSG ของ Back office -2% ถึง -3% เนื่องจากยอดขายกลุ่มผู้รับเหมางานภาครัฐที่ดีขึ้นในเดือนมี.ค. 2026 ประกอบกับร้านค้าช่วงที่เร่งกักตุนสินค้าบางส่วน
แนวโน้ม SSSG และอัตรากำไรช่วง 2Q26 สดใส
-
SSSG ช่วง QTD ของ 2Q26 ยังคงบวก 4% YoY
-
ในแง่อัตราการทำกำไรเรามองว่าอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้ากลุ่มเหล็กจะดีขึ้นในกรอบ 14% ถึง 15% ในช่วง 2Q26 เทียบกับ 11% ใน 1Q26 และ 10%-11% ในช่วงก่อนหน้านี้ บวกกับวัสดุก่อสร้างอื่นๆที่ดีขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรภาพรวมสดใส
-
บริษัทชะลอแผนเปิดสาขา Dohome size L ราว 2 สาขาในปี 2026 เนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงขึ้น ซึ่งปกติต้องใช้เวลาก่อสร้าง 6-8 เดือน ทำให้เราคาดว่าจะไม่มีการเปิดสาขา Dohome size L ในปี 2026 ส่วน Dohome To Go บริษัทยังคงแผนเปิด 20 สาขาในปี 2026 และยังคงเป้าหมายสาขา Dohome To Go ที่ 50 สาขาในปี 2027 ดังนั้นเรามองว่าการควบคุมค่าใช้จ่ายจะทำได้ดีขึ้นในปีนี้
คำแนะนำ “ซื้อ” งานโครงการภาครัฐทยอยออกมาหนุนการเติบโต
มูลค่าพื้นฐาน 4.10 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยการซื้อขายของกลุ่มค้าปลีกสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านระดับโลก (เดิม 3.80 บาท) หลังปรับประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 8% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นและ SSSG ที่ดีขึ้นกว่าคาด








