ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

เงินบาทอ่อนค่าเปิดเช้าที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ เผชิญความไม่แน่นอนตะวันออกกลางและราคาน้ำมันขาขึ้น

ธนาคารกรุงไทยประเมินเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.19 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแกว่งตัวแบบ Sideways Up ในกรอบ 32.15-32.32 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนในการเจรจายุติยัดสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นและราคาทองคำที่ลดลง สัปดาห์นี้โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้ต่างชาติจะลดลงเหลือราว 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือของเดือนพฤษภาคมยังสูงถึงประมาณ 25,000 ล้านบาท นักวิเคราะห์ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 31.85-32.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk ขึ้นอยู่กับพัฒนาการในตะวันออกกลางและตัวเลข CPI สหรัฐฯ

ราคาทองคำยืนเหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่เตือนภาวะ Overbought เสี่ยงพักฐานระยะสั้น

ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวในกรอบ 4,679-4,733 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศลดลง 100 บาท มาอยู่ที่ 71,900 บาทต่อบาททอง นักวิเคราะห์ชี้ว่าทองคำเข้าสู่ภาวะ Overbought พร้อมเกิด Bearish Divergence หลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเสี่ยงพักฐานในระยะสั้น ปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ ได้แก่ การชะลอตัวของเงินเฟ้อ การอ่อนค่าของดอลลาร์ และความไม่แน่นอนจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงข้อขัดแย้งเรื่องภาษีระหว่างสหรัฐฯ-EU โดยกำหนดแนวรับสำคัญที่ 4,660-4,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภาพรวมระยะกลาง-ยาว ยังเป็นขาขึ้น

บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เปิดตัวระบบ Smart Self Service บน LINE ช่วยลูกหนี้รายย่อย NPL จัดการหนี้ด้วยตนเอง

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เปิดตัวระบบ Smart Self Service ผ่าน LINE @samsocialamc ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว้ ไปต่อได้” เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยจัดการหนี้ด้วยตนเอง โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่มีหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และหนี้เสียเกิน 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มาตราการที่ให้เลือกมี 2 แบบ ได้แก่ มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นสูงสุด 50% และมาตรการ “ผ่อนชำระเป็นงวด” ลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนได้นานสูงสุด 3 ปี ลูกหนี้สามารถตรวจสอบสิทธิ์โดยกรอกเลขบัตรประชาชน ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนบัตรและใบหน้า จากนั้นเลือกแผนชำระและชำระผ่าน QR Code โดย SAM อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

AIS (Last Price 350.0 บาท YTD return +9.03%)

ADVANC มุ่งสู่ Digital Infrastructure ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Data Center ร่วมทุนกับ GULF และ Singtel (GSA 01 เปิดแล้ว 25.6 MW, GSA 02 คาดเปิดครึ่งแรกปี 2570), Cloud & AI ผ่าน G-AIS และ Virtual Bank จับมือ OR และ KTB ใช้ฐานลูกค้า 52 ล้านราย คาดเปิดบริการปี 2569 โดยตั้งเป้ารายได้หลักโต 3-5% และงบลงทุนทั้งปี 30,000-35,000 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

GULF (Last Price 58.75 บาท YTD return +41.57%)

GULF ทำกำไรสุทธิสูงสุดประวัติการณ์ไตรมาส 1/2569 ที่ 9,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 3% QoQ โดยได้แรงหนุนจากการผลิต IPP และรายได้ LNG ขณะที่ SET Index เปิดเช้าที่ 1,502.25 จุด โดย CGSI มองกรอบดัชนีที่ 1,480-1,520 จุด (ที่มา: ทันหุ้น)

TRUE (Last Price 14.2 บาท YTD return +25.66%)

True Corp รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 6,600 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 13% และ Bloomberg consensus 8% พร้อมปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาส สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกิจการโทรคมนาคม (ที่มา: ทันหุ้น)

CENTEL (Last Price 30.5 บาท YTD return -8.27%)

CENTEL รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 ที่ 2,142.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186% YoY รายได้รวม 6,975 ล้านบาท โต 3% EBITDA 2,348 ล้านบาท โต 9% อัตรา EBITDA Margin 34% โดยกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท โต 27% ได้แรงหนุนจากการบริหารต้นทุนอาหารและโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ (ที่มา: ทันหุ้น)

TOP (Last Price 46.75 บาท YTD return +25.5%)

TOP รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 ที่ 19,481 ล้านบาท พุ่งจาก 3,503 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้กำไรสต็อกน้ำมันสุทธิ 16,746 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานจริงอยู่ที่เพียง 4,136 ล้านบาท ไตรมาส 2/2569 มีความเสี่ยงขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน และเผชิญความเสี่ยงสภาพคล่องลดลงประมาณ 31,000 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

THCOM (Last Price 11.8 บาท  YTD return +35.63%)

THCOM ลุ้นประมูลโครงการ USO เฟส 3 จาก กสทช. คาดรับรู้รายได้ใน Q4/2569 พร้อมได้งานด้านความมั่นคงต่อเนื่อง เซ็นสัญญากับ Hughes Communications India และ Nelco (เครือ Tata) สำหรับบรอดแบนด์ในอินเดีย ดาวเทียมไทยคม 9 แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างทดสอบ คาดมีความชัดเจนใน Q2/2569 และเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ Amazon LEO ในไทย (ที่มา: ทันหุ้น)

WHAUP (Last Price 4.94 บาท YTD return +18.18%)

WHAUP เสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาท ได้รับยอดจองเกินเป้า 3 เท่า แบ่งเป็น Zero Coupon Bond 3,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราส่วนลด 2.10% ต่อปี และ Green Bond 1,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.75% ต่อปี โดยได้รับการจัดอันดับจาก ทริสเรทติ้ง ที่ระดับ A- แนวโน้มคงที่ มีธนาคารกสิกรไทยและยูโอบีเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย (ที่มา: ทันหุ้น)

ปตท. (Last Price 39.0 บาท  YTD return +84.83%)

ปตท. สนับสนุน PTTGC และ SCGC ลงนาม MoU ศึกษาความเป็นไปได้จัดตั้ง Joint Venture ธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ P&R Portfolio Reshape เพื่อสร้าง Synergy และ National Champion ที่แข็งแกร่ง ผลศึกษาคาดแล้วเสร็จ Q3/2569 ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและมาตรฐาน Antitrust สากล (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยทรัมป์ระบุว่าการหยุดยิงกับอิหร่าน “อยู่ในภาวะวิกฤต” และปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้จากเตหะราน ราคา Brent พุ่งแตะ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย Aramco ระบุว่าตลาดน้ำมันจะไม่ฟื้นตัวจนถึงปี 2570 หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันสำรอง 53.3 ล้านบาร์เรลจาก Strategic Petroleum Reserve และออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อการส่งออกน้ำมันอิหร่านไปยังจีน

  • US Treasury Yields ปรับตัวสูงขึ้นทั่วทั้ง Yield Curve ในวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยได้แรงกดดันบางส่วนจากการประมูลพันธบัตรอายุ 3 ปีที่อ่อนแอ ประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนระมัดระวัง ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) มีนักนโยบายรายหนึ่งแนะนำให้รอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยอ้างความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่าน ส่วน Federal Reserve ถูกมองว่ากำลังขาดเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ย ท่ามกลางคาดการณ์ครองชีพที่สูงขึ้น

  • รัสเซียปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 เหลือ 0.4% จากเดิม 1.3% โดยรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ ขณะที่ทรัมป์และรัฐสภาพรรครีพับลิกันกำลังพิจารณาระดับภาษีน้ำมันของรัฐบาลกลางชั่วคราว เนื่องจากราคาน้ำมันสูงส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 ด้านออสเตรเลียเผยแพร่งบประมาณที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการปฏิรูปและการควบคุมเงินเฟ้อ

Corporate & Earning

  • Nvidia ประกาศลงทุนสำคัญ 2 รายการ ได้แก่ ซื้อหุ้น IREN (ผู้ขุดคริปโต) จำนวน 40 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 70 ดอลลาร์ เพื่อรักษาความสามารถในการติดตั้ง Data Center และทุ่มงบสูงสุด 3.2 พันล้านดอลลาร์ให้ Corning เพื่อขยายการผลิตสายเคเบิลไฟเบอร์ออปติกในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 50% รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI นอกจากนี้ Alphabet แซงหน้า Nvidia ชั่วคราวด้านมูลค่าตลาด หลัง Anthropic ทำสัญญาใช้ Google Cloud มูลค่า 200 พันล้านดอลลาร์สำหรับกำลังประมวลผล 5 กิกะวัตต์

  • Intel ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 14-15% แตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 130.57 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการผลิตชิปให้ Apple ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ CEO Lip-Bu Tan ช่วยเสริมธุรกิจ Foundry สู้กับ TSMC และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการการผลิตชิปในประเทศ ด้าน AMD ปรับตัวขึ้นเกือบ 2 เท่าตั้งแต่ต้นปี มาอยู่ที่ 455.19 ดอลลาร์ แซงหน้า Nvidia ที่โตเพียง 14% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนการหมุนเงินจากการฝึก AI ไปสู่ Inference workload

  • Micron Technology ปรับตัวขึ้น 33.65% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 และพุ่งขึ้น 7.09% ใน 12 เดือน จากกระแส AI ที่ขยายตัวไปสู่ Memory และ Storage Oracle ราคาหุ้นพุ่ง 40% ในเดือนที่ผ่านมา ใกล้ระดับ 194.59 ดอลลาร์ สะท้อนความสำเร็จในการ Pivot สู่ AI Cloud Infrastructure Arista Networks ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จาก AI Data Center ปี 2569 เป็น 3,500 ล้านดอลลาร์ จากการติดตั้งขยายขนาดของ Meta และ Microsoft Nebius Group คาดรายได้ Q1 พุ่ง 602% เป็น 388 ล้านดอลลาร์ มี Backlog ใกล้ 50,000 ล้านดอลลาร์

  • Nintendo ราคาหุ้นลดลง 8% หลังประกาศขึ้นราคา Switch 2 ในสหรัฐฯ จาก 449.99 ดอลลาร์เป็น 499.99 ดอลลาร์ และในญี่ปุ่นจาก 49,980 เยนเป็น 59,980 เยน พร้อมคาดการณ์ยอดขายลดลงเนื่องจากขาดแคลนชิปความจำ General Motors ประกาศเลิกจ้างพนักงานสายไอทีหลายร้อยคนเพื่อลดต้นทุน ByteDance (TikTok) ไม่ได้อยู่ในข่าว แต่ Trip.com หุ้นดิ่ง 17% สูญมูลค่าตลาด 8,000 ล้านดอลลาร์ หลังทางการจีนสอบสวนเรื่อง AI pricing tool ที่บังคับลดราคาโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

Geopolitics & Risk

  • สหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอตอบโต้จากอิหร่านและระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงอยู่ใน “ภาวะวิกฤต” ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะ “ไม่ยอมแพ้” อิสราเอลระบุว่าสงครามยังดำเนินต่อ การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้สูญเสียน้ำมันเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล และคลังน้ำมันโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว อินเดียและหลายประเทศได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

  • ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง โดยเชิญ Elon Musk, Tim Cook และ Larry Fink ร่วมเดินทาง วาระการประชุมครอบคลุมอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI ด้านยุโรป ทรัมป์ตั้งเดดไลน์ 4 กรกฎาคม ให้ EU ให้สัตยาบันข้อตกลงการค้า มิเช่นนั้นจะเผชิญภาษีที่สูงขึ้น ขณะที่นายกรัฐมนตรี Starmer ของอังกฤษกำลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้ Gilt Yields ปรับตัวสูงขึ้น

- Advertisement -