AMA ปฏิเสธข่าวลือการกว้านซื้อที่ดินโครงการแลนด์บริดจ์ ยันดำเนินธุรกิจขนส่งตามหลักธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ และไม่ใช่บริษัทนอมินี
นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังถูกพาดพิงในประเด็นการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ตามที่มีการกล่าวอ้างในการแถลงข่าวของโฆษกพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ได้กล่าวว่า “ เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ยกเลิกการลงพื้นที่ ดิฉันอยากให้ท่านลงพื้นที่ไปรับฟังประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง ถ้าท่านไม่รู้ว่าต้องไปรับฟังตรงไหน ดิฉันแนะนำให้ไปที่ อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนเขาพร้อมที่จะให้ข้อมูลและขณะนี้ทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วประมาณ 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนามของ อาม่า นะคะ ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรี ท่านเชี่ยวชาญในภาคใต้ ท่านหาเจอแน่นอนถ้าท่านจะไปจริงๆ”
นายพิศาล รัชกิจประการ เปิดเผยว่า “บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งทางบกและทางน้ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ การขนส่งน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และสินค้าเหลว ตลอดจนการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน และเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท
บริษัทมิได้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และไม่มีนโยบายกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจากโครงการของภาครัฐแต่อย่างใด
ในส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทเข้าไปกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ เพื่อรองรับโครงการ Land Bridge นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หากบริษัทมีการถือครองทรัพย์สินใด ๆ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามปกติ และอยู่ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่ได้เป็นนอมินี หรือถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลใดทั้งสิ้น บริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ระบบบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้สอบบัญชี นักลงทุน รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัท
ในฐานะบริษัทมหาชน การดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอนของบริษัทต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบได้
ผมขอเรียนว่า บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า และสาธารณชน จึงเห็นว่าการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบริษัท
บริษัทพร้อมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพร้อมเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
“สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า และทุกฝ่ายที่ยังคงเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาโดยตลอด” นายพิศาล กล่าวทิ้งท้าย









