IP ไตรมาส 1/69 ฟอร์มแกร่งต่อเนื่อง กำไรพุ่ง 40% แตะ 39 ลบ. – รายได้ทะลุ 560 ลบ. ปักธงขึ้นแท่นบริษัทนวัตกรรม “ยาหยอดตาครบวงจร” – “ยีนบำบัด” ดันไทยสู่ฮับ “รักษาโรคพาร์กินสันด้วย Gene therapy” 

บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 ฟอร์มแกร่งต่อเนื่อง สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอ กำไรสุทธิพุ่ง 40% แตะ 39 ล้านบาท รายได้รวม 562 ล้านบาท อานิสงค์เกือบทุกกลุ่มธุรกิจโตเด่น ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจ หัวเรือใหญ่ส่งซิกไตรมาส 2 ต่อเนื่องครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง เผยล่าสุดล่าสุดผนึกพันธมิตรญี่ปุ่น-จุฬาฯ-ศิริราช-รามาฯ ทำวิจัยทางคลินิกโครงการยีนบำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน ปักธงขยับขึ้นแท่นบริษัทนวัตกรรม “ยาหยอดตาครบวงจร” – “ยีนบำบัด” ดันประเทศไทยก้าวสู่ Medical Hub ภายในปี 2573 

​ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร สำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า กำไรสุทธิเติบโต 40% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 39 ล้านบาท รายได้รวมเติบโต 5% แตะ 562 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการเป็นสำคัญที่ 560 ล้านบาท อานิสงค์เกือบทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device Innovation Business) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 53% แตะ 28 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจร้านขายยา (Pharmacy Business) เติบโต 16% แตะ 194 ล้านบาท, กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ (Animal Healthcare) เติบโต 17% แตะ 100 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล (Hospital Business) เติบโต 4% แตะ 54 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายและให้บริการอยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 312 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 13% แตะ 247 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ขยับเพิ่มเป็น 44% จากระดับ 41% ในช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 195 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 7% ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างสาขาธุรกิจร้านขายยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาในระยะยาว ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 40% แตะ 39 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) ขยับเพิ่มเป็น 7% จากระดับ 5% ในช่วงเดียวกันปีก่อน 

ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ต่อเนื่องช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เห็นสัญญาณการเติบโตดีต่อเนื่องตามแผน ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น และโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งจุฬาฯ, ศิริราช และรามาฯ ทำการวิจัยทางคลินิก โครงการยีนบำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน คาดจะแล้วเสร็จและยื่นขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายในต้น 2570 ซึ่งนับเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการก้าวสู่บริษัทนวัตกรรมสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ด้านการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยยีนบำบัด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมากตาม aging society 

“บริษัทยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก ทั้งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง ไปจนถึงการต่อยอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขันในระยะยาว” ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าว 

ทั้งนี้ล่าสุด บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แบ่งโครงสร้างธุรกิจใหม่ออกเป็น 6 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ขายในช่องทางตลาดโรงพยาบาล (Hospital Market Healthcare)

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ขายในช่องทางตลาดผู้บริโภค (Consumer Market Healthcare)​

3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ (Animal Healthcare)

4. กลุ่มธุรกิจร้านขายยา (Pharmacy Business)

5. กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล (Hospital Business)

6. กลุ่มธุรกิจนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device Innovation Business)

 

- Advertisement -