เงินเฟ้อสหรัฐฯเร่งแรงกดดันดอกเบี้ยและตลาดหุ้นอาจเริ่มเสี่ยงเน้นเพิ่มความระมัดระวัง

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดบวก 56 จุด (+0.1%) ส่วนดัชนี S&P500 Nasdaq ปิดในแดนลบจากเงินเฟ้อสหรัฐฯสูงกว่าคาดกดดัน ทิศทางดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.5% ทดสอบ ระดับ 107.77 ดอลลาร์ / บาร์เรล นักลงทุนรอติดตามการเจรจา ระหว่างสหรัฐกับจีน

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

US รายงานเงินเฟ้อ เม.ย. พบว่าขยายตัว 3.8%YoY มากกว่า ตลาดคาดการณ์ที่ 3.7%YoY แรงหนุนหลักมาจากราคา พลังงาน (+18%YOY) น้ำมันเบนซิน (+29%YoY) กดดันให้ US Bond Yield ขยับขึ้นต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความกังวลเงินเฟ้อ และเป็นผลให้ CME FED Watch เริ่มมองถึงโอกาสขึ้นดอกเบี้ย พร้อมปิดโอกาสลดดอกเบี้ย หากราคาน้ำมันดิบอยู่ระดับ 100 ดอลลาร์ / บาร์เรล ก็เป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะค้างระดับสูงกว่า เป้าหมาย FED เป็นปัจจัยที่ตลาดหุ้นอาจเผชิญ Upside จำกัด และหากกระแสขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นเรื่อยๆอาจกดดันให้ปรับฐาน คืนนี้ติดตามดัชนี PPI Consensus คาดหมายไว้ที่ 0.5%MoM หากมากกว่าคาดจะยิ่งกดดันตลาด

ปัจจัยในประเทศ

เน้นที่ผลประกอบการเป็นหลักท่ามกลางภาพใหญ่ที่ยังไร้ปัจจัย พร้อมมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ระดับสูงมีผลต่อการ บริโภคและความสามารถในการทำกำไร วานนี้หุ้นที่รายงานผล ประกอบการเด่นได้แก่ COM7 วันนี้ประเมิน SET INDEX กรอบ 1470-1490 อาจมีแรงกดดันจากกลุ่ม TECH เพราะความ กังวลทิศทางดอกเบี้ยผสานกับก่อนหน้าปรับขึ้นมาต่อเนื่องแต่ น้ำมันที่ขยับขึ้นจะหนุนกลุ่มพลังงาน กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น เน้นเกาะไปกับหุ้นงบดีรวมถึงกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมี (PTTEP PTTGC PTT) กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) พร้อม แนะควรเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้นและรอจังหวะตั้งรับ กลุ่ม Anti Oil กรณีน้ำมันเห็นการปรับฐานแรง

TOP PICK

KBANK (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 212 Bt

ผลการดำเนินงานใน 1Q26 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่ง ที่ 14.7 พันล้านบาท (+6% YoY, +43% QoQ)

GLOBAL (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 7.90 Bt

กำไรปกติปี 2026 ที่ 2.5 พันล้านบาท (+18%YoY) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ ดีขึ้นตามมาการเพิ่มสัดส่วน การขายสินค้า House brands

- Advertisement -