SAK โชว์การเติบโตเชิงคุณภาพ Q1/2569 กำไรสุทธิ 229 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อแตะ 14,265 ล้านบาท ทรงตัว ชูกลยุทธ์เติบโตเชิงคุณภาพ มุ่งคัดกรองสินเชื่อ พร้อมปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรรับฤดูกาลเพาะปลูก 

บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โชว์กลยุทธ์สร้างการเติบโตจากคุณภาพเคียงข้างเกษตรกรและประชาชน ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทำรายได้รวม 803 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท เติบโต 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) เปิดแผนไตรมาส 2 มุ่งปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรรับฤดูกาลเพาะปลูก พร้อมบริหารพอร์ตสินเชื่อที่เข้มงวด รับแรงกดดันจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์กระทบต้นทุนเพาะปลูกของเกษตรกร มั่นใจพอร์ตสินเชื่อเติบโตมั่นคงแตะ 15,500-16,000 ล้านบาท พุ่ง 8-10%  

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ศักดิ์สยามลิสซิ่งเปิดเผยว่า แผนงานในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพและบริหารคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ สามารถรักษาเสถียรภาพได้อย่างมั่นคง ทำรายได้รวม 803 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท เติบโต 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ท่ามกลางความท้าทายจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรและกดดันความสามารถในการชำระหนี้  

ขณะที่พอร์ตสินเชื่อ ณ ไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 14,265 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ วางแผนใช้ศักยภาพของสาขาที่มีอยู่ 1,079 แห่งในการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายสาขาอีก 35 สาขา ส่งผลให้มีสาขารวมทั้งสิ้น 1,114 สาขา ทำให้บริษัทฯ ขยายฐานลูกค้ากลุ่มเกษตรกรรายใหม่ๆ และเข้าถึงชุมชนช่วยเพิ่มโอกาสปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในทุกสภาวะเศรษฐกิจและความท้าทายหลากหลายมิติ SAK สามารถรักษามาตรฐาน NPL ให้มีเสถียรภาพอยู่ที่ระดับ 2.6% ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมไมโครไฟแนนซ์ในปัจจุบัน สะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อด้วยกระบวนการคัดกรองลูกหนี้ที่มีคุณภาพอย่างแม่นยำ และความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงของลูกค้า ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว” นายศิวพงศ์ กล่าว 

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ เดินกลยุทธ์สู่การเป็นผู้นำสินเชื่อเพื่อสังคม สร้างรากฐาน สร้างงาน สร้างคน บริการดี มีมาตรฐาน ที่เคียงข้างเกษตรกรและประชาชนรากฐานในทุกสภาวการณ์ โดยวางแผนรุกขยายฐานลูกค้าใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรรับไฮซีซันเพาะปลูก 2.การขยายสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป ในฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้น และ 3.การต่อยอดความสำเร็จของสินเชื่อที่ดินที่เติบโตโดดเด่น เพื่อเจาะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระในต่างจังหวัดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร (Total Financial Solution)

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเป็นจังหวะที่ความต้องการสินเชื่อปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกก้าวของการประกอบอาชีพ ด้วยการสนับสนุนสภาพคล่องที่ตอบโจทย์การประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มองว่าภาคเกษตรกรรมมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการตรึงราคาปุ๋ยหรือราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนและเสริมความสามารถในการชำระหนี้ บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 15,500–16,000 ล้านบาท เติบโต 8–10% ตามเป้าหมาย

- Advertisement -