NCL ผนึก “นาวันเทีย” ยักษ์ใหญ่สเปน ร่วมชิงงานประมูลต่อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ มูลค่า 17,000 ล้านบาท
เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ ส่งโกลเด้น ซัพพลาย ผนึกพันธมิตร “นาวันเทีย” รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือยักษ์ใหญ่จากสเปน เข้าชิงงานโครงการของกองทัพเรือในการจัดหาและต่อเรือฟริเกต โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการต่อเรือทั้งลำ 100% ในประเทศไทย คาดรู้ผลประกาศผลผู้ชนะการประมูลภายในปีนี้ มั่นใจศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านอู่ต่อเรือ
นายพงษ์เทพ วิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยว่า บริษัท โกลเด้น ซัพพลาย จำกัด (GDS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ NCL ถือหุ้น 100% ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทนาวันเทีย (Navantia) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือของประเทศสเปน เข้าร่วมประมูลงานของกองทัพเรือในโครงการต่อเรือฟริเกตทั้งลำ 100% ในประเทศไทย ตามคำเชิญของกองทัพเรือ โดยคาดว่ากองทัพเรือจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลงานภายในปีนี้
“เรามีความมั่นใจในศักยภาพและความเชี่ยวชาญของนาวันเทียอย่างมาก ขณะที่นาวันเทียก็มีแผนที่จะร่วมมือกับอู่ต่อเรือและบริษัทไทย ในการดำเนินการก่อสร้างในประเทศไทย 100% เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สูงสุด โดยนาวันเทียจะเป็นผู้ออกแบบ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด้านเทคนิค รวมทั้งส่งมอบการถ่ายทอดเทคโนโลยี (ToT) ที่จำเป็นสำหรับการจัดการ การผลิต การบูรณาการ และการทดสอบ”นายพงษ์เทพกล่าว
ด้าน พล.ร.อ.สุรพงษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิส ติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท โกลเด้น ซัพพลาย และ บริษัท นาวันเทีย ทำงานมาด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังสร้างผลงานปรับปรุงขีดความสามารถ เรือของกองทัพเรืออยู่แล้ว 3 ลำ( เรือช้าง เรือหลวงปัตตานี เรือหลวงนาราธิวาส) ซึ่งบริษัทได้ร่วมงานกับ นาวันเทีย และเป็น Local Partner ที่จะประสานงานให้โครงการสำเร็จภายในประเทศ
ทั้งนี้ความร่วมมือของบริษัทและนาวันเทีย ในรูปแบบกิจการร่วมค้า จะทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ มีข้อเสนอแนะที่ดีให้กับกองทัพเรือและคุ้มค่าต่อประเทศชาติมากที่สุด ด้วยแนวทางของกิจการร่วมค้าของเราประเทศไทย จะมีความสามารถในการสร้างเรือฟริเกต ทั้งลำในไทย ตั้งแต่ลำแรกในการสร้างเรือในไทย แรงงานจะต้องพึ่งแรงงานไทยทั้งสิ้น เป็นการสร้างประสบการ ยกระดับทักษะ และรายได้ให้กับแรงงานไทย
“กองทัพเรือต้องมีเรือฟริเกตอีกจำนวนมาก ด้วยแนวทางของเรา กองทัพเรือจะสามารถจัดหาเรือให้ครบอัตราความจำเป็น ได้ภายในประเทศทั้งหมด ส่วนห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไทย จะได้มีส่วนร่วม ในการดำเนินการของโครงการ เป็นแหล่งรายได้และแหล่งประสบการณ์” พล.ร.อ สุรพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถือเป็นธุรกิจใหม่ ด้านส่งเสริมการป้องกันประเทศ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะสนับสนุนการเติบโตของกลุ่ม NCL ในอนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศ รวมทั้งปะเทศไทยมีการเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงสูงขึ้น









