KCE เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 234.3 ล้านบาท เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรับมือต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินผันผวน
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE เผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HDI PCB) และใช้มาตรการควบคุมต้นทุนอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความท้าทายจากราคาวัตถุดิบโลกและค่าเงินบาทที่แข็งค่า
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,218.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ลดลง 6.1% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 3,107.2 ล้านบาท แม้จะลดลงเมื่อคำนวณเป็นเงินบาทเนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท (ส่งผลเชิงลบสะสมกว่า 125.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน) แต่หากพิจารณาในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 สะท้อนถึงอุปสงค์พื้นฐานที่ยังทรงตัว
-
ผลิตภัณฑ์ HDI: สัดส่วนรายได้จากแผ่นวงจรพิมพ์ชนิดความหนาแน่นสูง (HDI) สูงถึงร้อยละ 30 ของรายได้รวม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและมีความต้องการเติบโตต่อเนื่อง
-
ตลาดต่างประเทศ: ยอดจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง (เพิ่มขึ้น 20.3% Q-o-Q) ขณะที่ตลาดยุโรปเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนปรับตัวลดลงร้อยละ 19.5 จากการแข่งขันที่รุนแรง
ด้านกำไรสุทธิ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 234.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 229.8 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.7%
บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโลก (ทองคำ, ทองแดง, อะลูมิเนียม) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.41 Y-o-Y อย่างไรก็ตาม KCE สามารถบรรเทาผลกระทบได้ผ่าน:
-
การบริหารวัตถุดิบ: เจรจาตรึงราคากับผู้จำหน่ายหลักและการใช้วัตถุดิบคงคลังเดิมที่มีต้นทุนต่ำ
-
การบริหารค่าเงิน: ใช้กลยุทธ์ Natural Hedge และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเงินบาท
-
โครงการลดต้นทุน: ปรับปรุงสายการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงาน ปรับปรุงการใช้สารเคมี และบริหารจัดการจำนวนพนักงานให้เหมาะสม ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเหลือ 293.2 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,934.2 ล้านบาท และมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยมีหนี้สินรวมลดลง 254.9 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนด ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-bearing Debt to Equity Ratio) ลดลงเหลือเพียง 0.07 เท่า
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงชะลอการลงทุนโรงงานแห่งใหม่ โดยจะพิจารณาเมื่ออัตราการใช้กำลังการผลิตปัจจุบันเข้าสู่ระดับร้อยละ 90 (ปัจจุบันเฉลี่ยที่ร้อยละ 67 และแตะร้อยละ 74 ในเดือนมีนาคม) ทั้งนี้ได้เตรียมพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเพื่อรองรับการขยายงานแบบ Fast Track ในอนาคต
ฝ่ายบริหารกล่าวถึงแนวโน้มไตรมาส 2-3 ปี 2569 โดยประเมินว่าสถานการณ์ยังคงมีความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบใหม่ที่จะเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในไตรมาสถัดไป โดย KCE จะยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operation Efficiency) และการบริหารจัดการคำสั่งซื้ออย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป









