HANA เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 4,932 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินบาท

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายรวม 4,932 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท ลดลง 77% ชี้ปัจจัยกดดันหลักมาจากผลกระทบของการแข็งค่าของเงินบาทและการตั้งสำรองรายการพิเศษ

ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายในรูปสกุลเงินบาทลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 156 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Profit) อยู่ที่ 103 ล้านบาท ลดลง 77% จาก 458 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 103 ล้านบาท ลดลงจาก 478 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 เนื่องจากปีก่อนมีรายได้อื่นที่สูงกว่าประกอบกับผลกระทบจากรายการยกเว้นในไตรมาสนี้ และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 10.1% ในปีก่อน

จากการแข็งค่าของเงินบาทเฉลี่ยที่ 31.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (แข็งค่าขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 34.0 บาท) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายในรูปเงินบาท โดยมีรายละเอียดรายได้ในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ดังนี้:

  • กลุ่มไมโครอิเล็คโทรนิคส: ยอดขายภาพรวมลดลง 9% โดยหน่วยงานที่เกาะกง (กัมพูชา) เติบโตโดดเด่นถึง 108% ขณะที่ลำพูนและเจียซิง (จีน) ปรับตัวลดลง 13% และ 15% ตามลำดับ

  • กลุ่มประกอบ IC: เติบโตขึ้น 29% โดยหน่วยงานที่เจียซิงขยายตัวสูงถึง 129% และพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 12%

  • กลุ่มอื่น ๆ: หน่วยงาน HTI (สหรัฐฯ) ยอดขายเพิ่มขึ้น 12% ขณะที่หน่วยงาน PMS (เกาหลีใต้) ยอดขายลดลง 31%

ในไตรมาสนี้ บริษัทมีการบันทึก รายการยกเว้น (Exceptional Items) รวม 114.5 ล้านบาท จากกรณีลูกค้ารายหนึ่งได้รับผลกระทบทางธุรกิจ แบ่งเป็นการตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าคงเหลือ 60.5 ล้านบาท และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 54 ล้านบาท

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงกว่า 3 เท่าของหนี้สินหมุนเวียน มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 436 ล้านบาท ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือลดลงเหลือ 130 วัน (จาก 152 วันในปีก่อน) ด้านงบลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ 236 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่องจักรสำหรับหน่วยงานประกอบ IC

บริษัทฯ ยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุก 10% ของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะมีผลกระทบต่อกำไรประมาณ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม การแสวงหาลูกค้ารายใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

- Advertisement -