เซ็นทรัลพัฒนา จับมือองค์กรระดับโลก UNDP และ EU พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำของไทย ยกระดับ “Better Futures Project ปี 5” สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาเยาวชนไทย ประกวดไอเดียด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค เดินหน้าเป้าหมาย Net Zero 2050 ขับเคลื่อน ESG เชื่อมธุรกิจ การเงิน พันธมิตร และชุมชน เดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาด พัฒนาอาคารเขียว และยกระดับความร่วมมือ Green Partnership

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เดินหน้าพัฒนาด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ประกาศเดินหน้ายกระดับโครงการ Better Future Project ปี 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อนาคตใกล้ฉัน” โดยผนึกกำลังร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), สหภาพยุโรป (EU) ประจำประเทศไทย, กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พร้อมพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ อาทิ TOA, AIKO, Polytech, Jaspal, SCGP, Bar B Q Plaza, Major Cineplex, EPSON และ B2S เพื่อสร้างแพลตฟอร์มพัฒนาเยาวชนไทยประกวดไอเดียด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลในฐานะ Centre of Life พร้อมเปิดพื้นที่ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ชวนคนรุ่นใหม่ “คิด-ทดลอง-เปลี่ยนโลก” ผ่านการประกวดไอเดียด้านความยั่งยืนและเรียนรู้ Future Skills ผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อปและการประกวดไอเดียที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลใน  5 ภูมิภาคทั่วประเทศ 

เยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ดูรายละเอียดได้ที่ 

  • ระดับประถม-มัธยมศึกษา: https://forms.gle/jGC2wBFLDwtHJQyG8
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย-อาชีวะ-มหาวิทยาลัย: https://forms.gle/qkiPRVxm9RY41eXn9

คุณชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “วันนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ทั้ง Climate Crisis วิกฤติพลังงาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีการพัฒนาโครงการและต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองของเรา เพราะ ‘เมือง’ ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัลพัฒนาในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย จึงเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ ‘A Future-Led Ecosystem’ เพื่อพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมาย Net Zero 2050 เป็นพันธกิจสำคัญของทั้งองค์กร โดยความมุ่งมั่นนี้ของเราได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดอันดับ Dow Jones Best-in-Class Indices และรางวัลด้าน Sustainability ระดับเอเชีย รวมถึงการพัฒนาโครงการต้นแบบอย่าง Eco-Friendly Mall & Sustainable Mall นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าต่อยอด ‘Better Futures Project’ ปีที่ 5 ร่วมกับพันธมิตรทั้งระดับประเทศและระดับโลก เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ”

คุณนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการเงิน การบัญชีและกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “วันนี้ Sustainability ไม่ใช่เพียงเป้าหมายของธุรกิจ แต่คือหัวใจของการเติบโตในโลกยุคใหม่ เซ็นทรัลพัฒนาได้นำหลัก ESG และ Financial Tools มาขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง โดยเชื่อมโยงทั้งมิติธุรกิจ การเงิน พันธมิตร และชุมชนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การลงทุนด้านพลังงานสะอาด การพัฒนาอาคารเขียว ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร Green Partnership ในการตั้งเป้าลดคาร์บอนร่วมกัน ขณะเดียวกัน Better Futures Project ปีที่ 5 ยังเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยจากทุกภูมิภาค ได้คิด ทดลอง และต่อยอดไอเดียด้านความยั่งยืน พร้อมเรียนรู้ Future Skills ที่นำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ภาครัฐ ภาคการศึกษา และแบรนด์ชั้นนำ

คุณนีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เน้นย้ำว่า                 “คนรุ่นใหม่กำลังเป็นผู้กำหนดรูปแบบการบริโภค การผลิต และการดำเนินธุรกิจ การตัดสินใจของพวกเขาคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 12 ว่าด้วยการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ และข้อที่ 13 ว่าด้วยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการมีงานที่มีคุณค่า สถาบันที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และชุมชนที่ยั่งยืน โครงการนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และดำเนินงานร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่แปรเปลี่ยนความตั้งใจไปสู่การลงมือทำ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจตระหนักว่า การบูรณาการสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืนเข้าไว้ในโมเดลธุรกิจไม่เพียงเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนความสามารถในการฟื้นตัวและขีดความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย” 

คุณอันเดรียส ร็อตต์เกอร์ หัวหน้าแนวนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “อนาคตที่ดีกว่านั้นขึ้นอยู่กับการเลือกของเราในทุก ๆ วัน และเยาวชนคือพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลัง ในประเทศไทย สหภาพยุโรปมีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ UNDP และภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนเยาวชนในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา ส่งผลไปยังพฤติกรรมผู้บริโภค และสร้างแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบมากขึ้น โครงการนักสร้างการเปลี่ยนแปลง เยาวชนและสื่อมวลชนเพื่อธุรกิจที่รับผิดชอบ มีเป้าหมายเพื่อมุ่งเสริมพลังเสียงของเยาวชนเพื่อผลักดันการดำเนินธุรกิจอย่างที่รับผิดชอบ และโปร่งใส สหภาพยุโรปมีความยินดีที่จะเชิญชวนทุกท่านและเยาวชนไทยร่วมมือกันในการนำความมุ่งมั่นระดับโลกไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับท้องถิ่น”

คุณอุทัยวรรณ อนุจิตนุกูล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน                  บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “Better Futures Project ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเป็น ‘Platform for Change’ ที่เชื่อมพลังจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่มีพลังและไอเดียในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ยังขาดพื้นที่ในการทดลองและลงมือทำ ปีนี้เราจึงเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ได้ร่วมคิดและพัฒนาไอเดียจากโจทย์ SDGs ตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ โดยโครงการจะพาเยาวชนเรียนรู้ ตั้งแต่การค้นหา Insight การพัฒนา Youth-Led Solutions ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและพาร์ทเนอร์ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ เพื่อสร้าง Impact ให้เกิดขึ้นจริงในสังคม”

Better Futures Project ปี 5 เตรียม Roadshow ไปยัง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ร่วมคิด ลงมือทำ และขับเคลื่อน SDGs จากบริบทจริงของแต่ละชุมชน และต่อยอดสู่เวที Final Showcase ที่เซ็นทรัลเวิลด์ในเดือนตุลาคม เยาวชนแต่ละภูมิภาคจะได้รับโจทย์ด้าน SDGs ที่แตกต่างกัน ซึ่งตอบโจทย์บริบทแต่ละภาค ได้แก่

  • ภาคกลางและกรุงเทพฯ – ชีวิตเมือง กินอยู่ดี ธุรกิจดี เมืองสะอาด
    (Urban Wellbeing & Sustainable Economy) พบกันที่ ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ วันที่ 14-15 พ.ค. 69
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – ชุมชนเข้มแข็ง วัฒนธรรมต่อยอดได้ น้ำต้องพอใช้
    (Local Economy & Resource Resilience) พบกันที่ ‘เซ็นทรัล ขอนแก่น’ เปิดรับสมัครวันนี้ – 2 มิ.ย.69 และจัดกิจกรรม 14-15 มิ.ย. 69
  • ภาคตะวันออก – อุตสาหกรรมโต ชุมชนต้องอยู่ดี และป่าชายเลนต้องรอด

(Industrial & Coastal Sustainability) พบกันที่ ‘เซ็นทรัล ระยอง’ เปิดรับสมัคร วันนี้ – 8 มิ.ย. 69
และจัดกิจกรรม 19-20 มิ.ย. 69

  • ภาคใต้ – ทะเลสวย ท่องเที่ยวยั่งยืน ชุมชนอยู่ร่วมกัน

(Tourism & Marine Ecosystems) พบกันที่ ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ เปิดรับสมัคร วันนี้ – 29 มิ.ย. 69
และจัดกิจกรรม 10-11 ก.ค. 69

  • ภาคเหนือ – อากาศดี ป่าต้องอยู่ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
    (Climate & Consumption Transition) พบกันที่ ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่’ เปิดรับสมัคร วันนี้ – 27 ก.ค. 69 และจัดกิจกรรม 7-8 ส.ค. 69

พลาดไม่ได้กับ Final Showcase รอบตัดสินและเวทีโชว์ผลงานที่ได้รับรางวัล ณ เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 16-18 ต.ค.69 #CentralPattana #Imaginingbetterfuturesforall #BetterFuturesProjectY5

ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Better Futures Project ปี 5

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ “Better Futures Project 2026: อนาคตใกล้ฉัน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยผนึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ UNDP กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และพันธมิตรจากทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และเครือข่ายภาคสังคม อาทิ  TOA, AIKO , Polytech, Jaspal, SCGP, Bar B Q Plaza, Major Cineplex, EPSON และ B2S เพื่อร่วมกันยกระดับ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)” จากกรอบแนวคิดระดับโลก สู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ (SDG Localization) อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ

โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับสากลจาก SDGs ทั้ง 10 เป้าหมาย จากทั้งหมด 17 เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในชีวิตประจำวัน พร้อมนำกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มาผสานสู่กระบวนการเรียนรู้และการสร้างต้นแบบที่สามารถสื่อสาร ต่อยอด และสร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริงอย่างยั่งยืน โดยหัวใจสำคัญของโครงการคือการผลักดัน GEN S หรือ Gen Sustainability สู่การเป็น “Future Makers” นักสร้างอนาคตรุ่นใหม่ ผ่านแนวคิด Youth-led Solutions เปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยทั่วประเทศ ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ได้ร่วมวิเคราะห์ปัญหาในบริบทพื้นที่ ออกแบบแนวทางแก้ไข พัฒนาต้นแบบ (Prototype) และนำเสนอผลงานต่อภาคธุรกิจและพันธมิตร เพื่อสร้างเยาวชนที่ไม่เพียงมีความรู้ด้าน SDGs แต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้จริง 

ในเชิงกลยุทธ์ เซ็นทรัลพัฒนาได้ใช้จุดแข็งขององค์กรในฐานะผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทเป็น “พื้นที่แห่งการใช้ชีวิต” ที่เชื่อมโยงผู้คนกว่า 1.5 ล้านคนต่อวัน (ข้อมูลสิ้นปี 2568) เข้ากับชุมชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศทางสังคม เพื่อยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์ แต่เป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ ทดลอง และสร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่สามารถนำแนวคิดด้านความยั่งยืนไปสู่การลงมือทำจริงในทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงอนาคตใกล้ฉัน ต้องเริ่มต้นจาก “ความใกล้ตัว” และสามารถขยายผลเชื่อมโยงสู่ระดับประเทศและระดับโลกได้ในระยะยาว ผ่านการสร้างความเข้าใจ ความผูกพัน และการมีส่วนร่วมของผู้คนกับชุมชนของตนเอง พร้อมต่อยอดสู่แนวคิดธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมีศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นแกนกลางของ Ecosystem ดังกล่าว

โดยเซ็นทรัลพัฒนา ยังได้ตั้งโจทย์พิเศษในการแข่งขัน ในหัวข้อ Act Local, Impact Global ที่มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชนใกล้ตัวขยายผลสู่วงกว้าง โดยก่อนหน้านี้ ภายในองค์กรยังได้มีการจัดเวิร์กช็อปให้พนักงานจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ “สวมบทบาทเป็นคนในพื้นที่” เพื่อร่วมกันตั้งคำถามว่า “เราอยากเปลี่ยนแปลงอะไรในชุมชนของเราเอง” ซึ่งถือเป็นกระบวนการสร้างความเข้าใจด้านความยั่งยืนจากภายในองค์กร และต่อยอดสู่การดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมุ่งเน้นการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์การค้าและโครงการอาคารเขียว (Green Building) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการดูแลชุมชน โดยมีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนผ่านการจัดตั้ง Central Pattana Green Growth เพื่อดูแลการติดตั้ง Solar Rooftop และขับเคลื่อนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านพลังงาน น้ำ และวัสดุอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาระบบจัดการขยะครบวงจร ผ่านห้องขยะต้นแบบและสถานีรีไซเคิลในศูนย์การค้าหลัก ก่อนขยายผลสู่สาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน หลายโครงการประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ อาทิ เซ็นทรัล กระบี่ เซ็นทรัล จันทบุรี และเซ็นทรัล นครสวรรค์ รวมถึงโครงการใหม่ เช่น เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์, เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน, เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ และโครงการในอนาคตย่านรังสิต

นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมแนวคิด Work from Mall เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระดับเมือง พร้อมสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าผ่านโครงการ Green Partnership กว่า 200 ราย รวมกว่า 2,000 สาขา เพื่อขยายผลแนวคิดความยั่งยืนจากระดับองค์กรสู่ Ecosystem ของพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านชุมชนผ่านแนวคิด CSV Region ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ภายในงาน “Better Futures Project 2026: อนาคตใกล้ฉัน” ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ 

โดยรวบรวมบูธจากพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต พลังงาน และนวัตกรรม อาทิ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมนำเสนอแนวคิดเรื่อง “TOA นวัตกรรม เพื่ออนาคตของฉัน ” พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดองค์ความรู้และกรณีศึกษาทางธุรกิจ, AIKO บริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำระดับโลก ร่วมกับ บริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน, ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมการนำผ้าส่วนเกินคุณภาพดีจากกระบวนการผลิตในเครือยัสปาล กรุ๊ป มาสร้างสรรค์ผลงาน สะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุที่ไม่ได้ใช้งาน สู่อนาคตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น, บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ร่วมสร้างสรรค์งานออกแบบบูทจากกระดาษรีไซเคิล 100% ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ Bar B Q Plaza ส่งมอบความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานตลอด Supply Chain,บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ ที่ส่งมอบความสุขอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิดรักษ์โลกและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ,เอปสัน ประเทศไทย ส่งเสริมแนวคิดการใช้เครื่องพิมพ์หมึกคาร์บอนต่ำด้วยเทคโนโลยี Heat-Free พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการรีไซเคิลขวดหมึก ,SOS นำเสนอแนวคิด “A Second Life for Surplus Food” ด้วยการมอบชีวิตใหม่ให้กับวัตถุดิบส่วนเกิน ผ่านการรังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษจากเชฟของ Tops เพื่อส่งต่อมื้ออาหารดี ๆ ให้กับผู้ที่ต้องการ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

โครงการดังกล่าว ยังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและนักเรียนอาชีวศึกษาได้มีโอกาสสร้างรายได้ รวมถึงสนับสนุนธุรกิจที่เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับผู้พิการ ตลอดจนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้สามารถนำเสนอสินค้าและนวัตกรรมด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเรียนรู้สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ร่วมด้วยกิจกรรม Gamification ผ่าน แอปพลิเคชั่น Central X เช่น การตามล่าสัญลักษณ์ SDGs เพื่อสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง รับคะแนน THE 1 ตามกำหนด รวมถึงกิจกรรมด้าน Circular Economy จากทีม Fashion Revolution และ Hangers ใน การแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลดขยะสิ่งทอ เป็นต้น

“Better Futures Project 2026: อนาคตใกล้ฉัน” จึงไม่ใช่เพียงโครงการเพื่อการเรียนรู้ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “Ecosystem แห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่เชื่อมโยงเยาวชน ชุมชน ภาคธุรกิจ และพันธมิตรทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน โดยมีเซ็นทรัลพัฒนาเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อน เพื่อให้ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือทำที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน และสามารถขยายผลสู่อนาคตของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว

- Advertisement -