ปตท. ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังงานอย่างใกล้ชิด

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มียอดขาย 718,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY และ 12.6% QoQ มี EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยง อยู่ที่ 115,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.6% YoY และ 49.3% QoQ โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น โดยธุรกิจการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Market GRM และปริมาณขายเพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรสต๊อกน้ำมันสุทธิกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีผลกำไรประมาณ 46,000 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 4 ปี 2568 มีผลขาดทุนประมาณ 8,200 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ และปริมาณขายของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาลดลง

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลดลง จากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯ ใหม่ รวมถึงปริมาณขายรวมและราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจระบบท่อส่งก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานลดลงจากรายได้ที่ลดลงตามปริมาณการจองและการปรับลดอัตราค่าบริการขนส่งก๊าซฯ ส่วนของต้นทุนผันแปร (Tc) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 ประกอบกับธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ มีผลการดำเนินงานลดลง โดยหลักจากการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับกรอบคุณภาพก๊าซฯ (C-day) ใน ไตรมาส 1 ปี 2569 โดยในไตรมาสนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 10.4% YoY และ 0.8% QoQ ที่จำนวน 25,534 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นขาดทุนประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยหลักจากการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ใน GCP ของ GC ขณะที่ในไตรมาส 4 ปี 2568 รับรู้เป็นกำไรประมาณ 9,300 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical Company Limited (Lotus) ของบริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเม้นท์ จำกัด (PTTGM)

ในไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจการกลั่นที่ได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นอ้างอิงตลาด (Market GRM) และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรสต๊อกน้ำมันสุทธิประมาณ 46,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเติบโตขึ้นตามรายได้จากการขาย นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติยังมีผลการดำเนินงานดีขึ้นในส่วนของธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ จากต้นทุนก๊าซฯ ที่ลดลงตามการปรับโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ (เริ่ม 1 ม.ค. 2569)

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items) เป็นผลขาดทุนสุทธิประมาณ 2,900 ล้านบาท หลักจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) ภายใต้บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)

แม้เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ปิดที่ 121.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมากจากสิ้นไตรมาสก่อนหน้าที่ 61.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปตท. ได้จัดตั้งศูนย์บริหารเหตุการณ์ (PTT ICS) เพื่อบริหารจัดการการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งนอกพื้นที่ความขัดแย้ง เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แม้ต้องเผชิญกับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการวางหลักประกัน (Margin Call) และเงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ปตท. ยังคงขับเคลื่อนโครงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Uplift) ผ่านโครงการสำคัญ เช่น:

  • MissionX: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันในกลุ่ม

  • AXIS: ขับเคลื่อน Digital Transformation และการใช้ AI

  • P1, D1 และ F1: เสริมความแข็งแกร่งด้าน Supply Chain, การตลาด และความเป็นเลิศทางการเงิน (Financial Excellence)

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ปตท. และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,583,216 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.6% จากสิ้นปี 2568) และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,738,771 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมรองรับความผันผวนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

- Advertisement -