RT เผย Q1/69 รายได้ 933 ลบ. กำไรโต 101% โฟกัสงานรอบเร็ว – Main Contractor

RT เผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้ 933 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1 ล้านบาท โต 101% ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/69 ทยอยรับรู้รายได้ 31 โครงการ เพิ่มงานรอบเร็ว ดันกระแสเงินสด โฟกัสงานที่เป็น Main Contractor เพิ่มประสิทธิภาพบริหารโครงการ คุมต้นทุนรอบคอบ รักษาความแข็งแกร่งสภาพคล่องและฐานะการเงิน หนุนการเติบโตระยะยาว

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวม 933 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 700 ล้านบาท จำนวน 233 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 33% และมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 102 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัทปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากรับรู้รายได้งานก่อสร้างตามความคืบหน้าของงานในมือ และส่งมอบงานโครงการตามกำหนด รวมถึงสามารถบริหารต้นทุนงานโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 4.2% 

นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 29 ล้านบาท สอดคล้องกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกับปีก่อนที่ติดลบ 73 ล้านบาท สะท้อนถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานโครงการ การควบคุมต้นทุนที่เริ่มเห็นผลชัดเจน และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2569 บริษัทเดินหน้าตามแผน ทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานจำนวน 31 โครงการ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนงานรอบเร็วที่สามารถรับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสดได้เร็วขึ้น 

ขณะเดียวกัน บริษัทปรับโครงสร้างการรับงานเพิ่มสัดส่วนงานในฐานะ Main Contractor มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโครงการและอัตราการทำกำไรในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนงาน Sub Contractor คงเหลือประมาณ 30%

นอกจากนี้ บริษัทเริ่มวางรากฐานธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งการสร้างรายได้ประจำผ่านงานบริการ Operation & Maintenance (O&M) รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจพลังงานทางเลือก โดยอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและวางทิศทางธุรกิจ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

“แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ผ่านการสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า การเจรจาตรึงราคาวัสดุหลัก การเพิ่มทางเลือกด้าน Supplier ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถขนส่งทางบกได้ รวมถึงการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการดำเนินงาน 

สำหรับโครงการที่รับงานโดยตรงจากภาครัฐ บริษัทดำเนินการจัดทำหนังสือขอสงวนสิทธิ์ในการขยายระยะเวลาดำเนินงาน รวมถึงการของดหรือลดค่าปรับ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อบริหารผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินโครงการอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและฐานะทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายชวลิต กล่าว

- Advertisement -