บล.ฟิลลิป:

อมตะ คอร์ปอเรชัน – AMATA

ดีมานด์ยังดี เจรจาลูกค้าอยู่หลายราย

Key Point

1Q69 กำไร +66.3%y-y มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่ารายได้หลัก +18.5%y-y ส่วนแนวโน้ม 2Q69 ยอดขายน่าจะทำได้สูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมา ภาพทั้งปียอดขาย-ยอดโอนจะเข้ามาได้ดีขึ้นในช่วง 2H69 ตาม seasonal ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้ารายสำคัญ 800-1,000 ไร่ มั่นใจที่ยังคงเป้ายอดขายปีนี้ 2.8 พันไร่ มากกว่าเท่าตัวจากยอดขายปีก่อน ส่วนภาพตลาด FDI สูงขึ้น Sentiment หุ้นกลุ่มนิคมดีขึ้นกว่าปีก่อน

แนวโน้ม 2Q69 ยอดขายดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก

แนวโน้ม 2Q69 ยอดขายน่าจะทำได้สูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มกำไรเบื้องต้นมองลดลง q-q มี GPM-นิคม ลดลงมาอยู่ระดับปกติ 50-55% จากช่วงเวลาที่เหลือของปีจะมีการโอนที่ดินในโซนระยองและเวียดนามเข้ามามากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่โอนพื้นที่โซนชลบุรีเป็นหลัก แต่หากเทียบปีก่อนหน้า กำไรสูงขึ้น y-y

ขาย-โอน ครึ่งปีหลังโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก

ภาพในปีนี้แนวโน้มยอดขาย-โอนช่วงครึ่งปีหลังจะเข้ามามากกว่าครึ่งปีแรกตาม seasonal และจะสูงกว่าปีก่อนจากลูกค้าบางส่วนที่ถูกเลื่อนมายังปีนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาลูกค้ารายสำคัญ 800-1,000 ไร่ (เป็นเวียดนาม 30 เฮกตาร์ หรือราว 180-200 ไร่) และจะมีนิคมใหม่ในลาวที่พัฒนาในปีนี้ บริษัทยังคงเป้ายอดขายไว้ที่ 2,800 ไร่ ลบ. (ไทย 1,650 ไร่ เวียดนาม 550 ไร่ ลาว 600 ไร่) ขณะที่ภาพตลาดยังดีต่อเนื่องจากกระแสการลงทุนที่เข้ามา โดย FDI ทั้งไทยและเวียดนามใน 1Q69 มีมูลค่าลงทุนที่สูงขึ้น +43%y-y และ +240%y-y ตามลำดับ ในไทยโดดเด่นในธุรกิจ Data center ส่วนเวียดนามโดดเด่นธุรกิจภาคการผลิตและแปรรูป ส่วนนิคมใหม่ในลาวจะรองรับลูกค้ากลุ่มอาหารและแปรรูป ทำให้บริษัทมีความหลากหลายต่อการรองรับลูกค้าหลายกลุ่มธุรกิจมากยิ่งขึ้นจากการกระจายการพัฒนานิคมหลายพื้นที่

1Q69 กำไร +66.3%y-y

1Q69 กำไร 1,379 ลบ. +66.3%y-y มีรายได้หลัก 3,945 ลบ. +18.5%y-y โดยธุรกิจนิคมมีอัตราเติบโตโดดเด่นสุด +30%y-y โอนที่ดินสูงขึ้นที่ 306 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นโซนชลบุรี มี GPM-นิคม สูงขึ้นกว่าปีก่อนมาที่ 57.4% +253 bps y-y และ SG&A ที่ลดลง ทำให้เป็นภาพของกำไรมีอัตราเติบโตสูงกว่ารายได้ในส่วนอื่นๆ รายได้สาธารณูปโภค +2%y-y จากลูกค้าในไทยกลับมาเริ่มมีกำลังผลิตที่สูงขึ้น รายได้ค่าเช่า +5%y-y จากการขยายพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นและทำอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีสุดที่ 84.5% +760 bps y-y จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น มีส่วนแบ่งกำไรลดลงจากธุรกิจไฟฟ้าและ NGD ในเวียดนามโดนผลกระทบจากค่าเงินดงเวียดนาม (VND)

ราคาพื้นฐาน 29.00 อิง P/E 8.2 เท่า

เรามีปรับกำไรปี 69 เพิ่มขึ้น 22% จากกำไรไตรมาสแรกที่ออกมาสูงกว่าประมาณการเดิม มาอยู่ที่ 4,061 ลบ. +29.0%y-y ปีนี้ Sentiment หุ้นกลุ่มนิคมดีขึ้นกว่าปีก่อนที่ตลาดมีความกังวลเรื่องข้อสรุป Tariff เราจึงปรับ P/E เพิ่มขึ้นที่ 8.2 เท่า (P/E AVG1Y +2.5S.D.) ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 29.00 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

- Advertisement -