บล.ฟิลลิป:
กรุงเทพดุสิตเวชการ – BDMS
Margin อ่อนตัวระยะสั้นแต่โครงสร้างการเติบโตหนุนระยะยาว
Key Point
เรามีมุมมองเป็นกลางแม้ EBITDA Margin 1Q69 อ่อนตัวลง ซึ่งยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มกำไรทั้งปีของเรา และ BDMS เดินหน้าออกแพ็กเกจบริการสุขภาพแบบคุ้มค่าเพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วย และผลักดันอัตราการครองเตียง ขณะที่ผู้ป่วยตะวันออกกลางยังต่ำกว่าระดับปกติเล็กน้อยแต่ยังมีความต้องการเข้ารับรักษาคงค้างที่รอให้ข้อจำกัดด้านการเดินทางกลับมาปกติ คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 69 ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น โดยปัจจุบันซื้อขาย P/E ที่ 17x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 30x ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาด 4.3%
เรามีมุมมองเป็นกลางจากงาน Phillip Securities (Thailand) Exclusive Talk
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 69 เราได้จัดงาน Phillip Securities (Thailand) Exclusive Talk ร่วมกับ BDMS โดยทีมนักลงทุนสัมพันธ์ได้ให้ข้อมูลทิศทางการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์การเติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนทั้งด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนการดำเนินงาน โดยเรามีมุมมองเป็นกลาง แม้ว่า EBITDA Margin จะอ่อนตัวลงสู่ 25.0% ใน 1Q69 (vs. 25.9% ใน 1Q68) แต่เรามองว่าแรงกดดันส่วนใหญ่มาจากต้นทุนบุคลากร และค่าเวชภัณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ซึ่งยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มกำไรทั้งปี
ออกแพ็กเกจบริการสุขภาพแบบคุ้มค่าผลักดันอัตราการครองเตียง
BDMS เดินหน้าออกแพ็กเกจบริการสุขภาพแบบคุ้มค่า เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วย และผลักดันอัตราการครองเตียงให้สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายคือ การเพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลหลักที่มีต้นทุนคงที่ในระดับสูงการเพิ่มอัตราการครองเตียงจะช่วยกระจายต้นทุน และหนุนให้กำไรขยายตัวในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามหากปริมาณผู้ป่วยไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยได้ อาจส่งผลให้อัตรากำไรถูกกดดันในระยะสั้นช่วงที่ต้นทุนบุคลากร และต้นทุนดำเนินงานอยู่ในระดับสูง
กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
จำนวนผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางยังไม่กลับสู่ระดับปกติซึ่งมีสัดส่วนเพียง 4% ของรายได้ โดยปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดข้อจำกัดด้านการเดินทางเล็กน้อยที่ราว 2,500-3,000 ราย โดยเราเชื่อว่าความต้องการรับรักษาที่คงค้างยังมีอยู่ และรอจังหวะในการฟื้นตัวหากการเดินทางระหว่างประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 25.00 บาท
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 2569E ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น โดยเราเชื่อว่าความเสี่ยงขาลงจำกัด เนื่องจากโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุที่หนุนการเข้ารับการรักษาระยะยาว การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และค่ารักษาของไทยที่ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ประกอบกับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 17x ซึ่งต่ำกว่า -1SD ที่ 21x และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 30x เท่า ขณะที่ยังคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ที่ 4.3% ทำให้เรามองว่าระดับราคาปัจจุบันยังมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว








