สหรัฐฯ – อิหร่านบรรลุข้อตกลง หนุนภาวะ Risk On ใน EM-Asia โดยธีมหลักนำตลาด คือ De-escalation x Investment
คาด SET วันนี้ “Up” ต้าน 1,610/1620 จุด รับ 1,582/1,575 จุด
สหรัฐฯ – อิหร่านตกลงกรอบเจรจาสัญญาสันติภาพแล้ว และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ความเสี่ยงราคาพลังงานคลายลง น้ำมันดิบ Brents เช้านี้ลงสู่กรอบ 83-85 เหรียญฯ ต่ำสุดตั้งแต่ 5 มี.ค. US Bond Yield 10 ปี ต่ำสุดใน 1 เดือน ฝั่ง EM Asia วันศุกร์สัญญาณเงินกลับเข้าชัดทุกประเทศ (ยกเว้นมาเลเซีย เวียดนาม) จุดเด่นที่ CAPEX cycle AI ขณะที่การลงทุนรายประเทศอาจยกระดับขึ้นอีก หลังสหรัฐฯเริ่มกีดกันไม่ให้ต่างชาติใช้ AI บางฟังก์ชั่น ขณะที่ไทยเด่นจากการลงทุนที่รัฐบาลขับเคลื่อนเต็มที่ อาทิ การตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ลงทุน 2.5ล้านล้านบาทใน 25ปี (เฉลี่ย = ปีละ 0.5% ของ GDP), แผนเสนอ ครม. ผลักดันลงทุนพื้นที่ EEC 2.9 แสนล้านบาท (1.5% ของ GDP) และการเร่งรัดคลายกฎเป็นอุปสรรคลงทุน คาด SET ขึ้นต่อ
หุ้นธีมเด่นวันนี้
1) หุ้นธีมลงทุน นิคมเด่น AMATA, WHA ไฟฟ้า GULF รับเหมา PYLON, STECON, INSET สื่อสาร ADVANC, TRUE ธนาคาร KBANK, KTB เก็งกำไร ชิ้นส่วนฯ DELTA, HANA
2) หุ้นในธีม De-escalation ท่องเที่ยว CENTEL, MINT การบิน AOT, BA, THAI เช่าซื้อ MTC, JMT (ดักมุมมองคาดธนาคารกลางหลักเข้มงวดต่ำลง) เครื่องดื่ม ICHI ค้าปลีก CPALL (เครื่องดื่ม & ค้าปลีก แรงส่งโอกาสภาวะโลกเข้า El nino ปี 2026)
KSS Alpha Espresso Picks : BEM (ปัจจัยเร่งจำนวนมาก อาทิ ค่าตั๋ว 17-45 บาท +การเปิดสายสีส้มปี 2027 หนุนTraffic และ Double-deck) , THAI MTC (De-escalation หนุน)
Key Factors:
(++) War: สหรัฐฯ – อิหร่านตกลงกรอบเจรจาสัญญาสันติภาพแล้ว และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ราคาน้ำมันดิบ Brents อ่อนตัวสู่ 83-85 เหรียญฯ ต่ำสุดตั้งแต่ 5 มี.ค. จิตวิทยาบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงฝั่ง EM Asia เริ่มเห็น Fund Flows กลับเข้ามา (วันศุกร์ไทยเป็นภาพซื้อสุทธิ 4.4 พันล้านบาท vs เอเชียส่วนใหญ่ซื้อสุทธิทางเดียวกัน) หลังเร่งออกช่วงสงคราม เงินบาทเช้านี้แข็งค่า 32.6 บาท หนุน SET และหุ้นที่ตลาดกังวลผลกระทบสงครามที่ยัง Underperform SET vs Pre-War ท่องเที่ยว (-14.6%) ร.พ. (-14.5%) เครื่องดื่ม (-13.5%) เช่าซื้อ (-13.2%) การบิน (-5.5%) ค้าปลีก (-9.9%) vs SET (+3.8%)
(+) TH investment: การลงทุนภายในเดินหน้าชัดเจนในหลายส่วน ทั้งนายกฯลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ คาดหวังเงินลงทุน 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050 (เฉลี่ย 0.5% ของ GDP หากลงทุน 25 ปีเท่าๆกัน), คณะกรรมการ EEC เตรียมเสนอมาตรการส่งเสริมลงทุนพื้นที่ EEC หวังเงินลงทุน 2.9 แสนล้านบาท (1.5% ของ GDP), รัฐฯรับข้อเสนอเอกชนเริ่มเดินหน้าขั้นตอนคลายกฎหมายเป็นอุปสรรคใน 2 เดือนนี้ ประเมินบวก SET และหุ้นธีมลงทุน นิคมเด่น ชิ้นส่วนฯ (เก็งกำไร) ไฟฟ้า รับเหมา สื่อสาร
(+) New Regime of AI investment: สหรัฐฯประกาศต่างชาติห้ามใช้ AI โมเดลใหม่ของ Anthropic (Claude) ประเมินนำสู่กระแสชาติที่มีศักยภาพเร่งพัฒนา AI ตนเอง ลดเสี่ยง จะเปิด Upside AI CAPEX cycle เพิ่มเติม บวกหุ้นชิ้นส่วนฯ และธีม Infra Tech
(*/+) SET200: SET vs Pre-war +3.8% หลังสงครามคลาย ยังมีหุ้นพื้นฐานดี ปรับลงเร่งกว่า SET -25.8% ถึง -6.8% ลุ้นฟื้นแรง CENTEL MINT BA BH ADVANC MTC
(*) To monitor: สัปดาห์นี้เรื่องหลักอยู่ที่ผลประชุมธนาคารกลางหลักของโลก บางแห่ง อาทิ ญี่ปุ่นอาจเพิ่มดอกเบี้ย แต่ภาพสงครามเป็น De-escalation ชัด ราคาน้ำมันลดระดับ คาดส่วนใหญ่ส่งสัญญาณเข้มงวดในทางลดลง vs ตลาดประเมินเข้มงวด จะบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง และหุ้นที่ถูกดดันจาก Bond Yield สูง อาทิ เช่าซื้อ สื่อสาร ไฟฟ้า
Technical Focus 15 มิถุนายน 69
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “TEST HIGH เดิม มีแนวต้าน 1,607 / 1,615 วางแนวรับ 1,585 / 1,580”
กราฟ SET เริ่มแกว่งตัวขึ้น BREAKOUT กรอบ BULLISH FLAG ส่งผลให้ดัชนีสามารถปิดยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA ทุกเส้นได้ต่อเนื่องในกรอบแนวโน้มขาขึ้น ผสานเครื่องมือทางเทคนิคส่วนใหญ่กลับมาทรงตัวบวก อาทิ RSI และ MACD ในขณะที่ Volume พลิกกลับมามากกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันอีกครั้ง ส่งผลให้ SET ในระยะสั้นมีภาพขยับขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้าน HIGH เดิม บริเวณ 1,607 / 1,615 จุด ส่วนแนวรับขยับขึ้นที่บริเวณ 1,585 / 1,580 จุด (EMA 5 วัน)
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้นอยู่ในด้านซื้อเก็งกำไร อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะกลาง/ยาวเน้นถือลงทุน แนะนำใช้ฐานแนวรับที่ 1,545 จุด บริเวณเส้น Uptrend เป็น Trailing stop
เก็งกำไร
- GPSC เป้าหมาย 42.50 / 44.00 แนวรับ 40.50 จุดตัด 39.50
- CENTEL เป้าหมาย 35.00 / 36.25 แนวรับ 33.50 จุดตัดขาดทุน 32.50
- BH เป้าหมาย 182.5 / 185.0 แนวรับ 177.00 จุดตัดขาดทุน 175.00
- BEM เป้าหมาย 5.70 / 5.95 แนวรับ 5.35 จุดตัดขาดทุน 5.20
Depositary Receipts (DR)
- NBIS03 เป้าหมาย 7.95 / 8.25 แนวรับ 7.35 จุดตัดขาดทุน 7.00
KSS Commodities Update – 15-มิ.ย.-26
- น้ำมันดิบ Brent -3.37%DoD ปิดที่ US$ 87.33/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas -3.23%DoD ปิดที่ US$ 84.88/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -1.97%DoD ปิดที่ US$ 144/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX +1.07%DoD ปิดที่ US$3.12/MMBtu
- น้ำตาล -0.77%DoD ปิดที่ 14.23Cent/lb
- ถั่วเหลือง -0.18%DoD ปิดที่ 1132 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม -1.66%DoDปิดที่ 4387Myr/mt
- ยาง TOCOM -0.65%DoD ปิดที่ 426.1JPY/kg
- เหล็กเส้น +0.21%DoD ปิดที่ 472 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI 0.00% ปิดที่ 2729 จุด
- ราคาแร่เงิน +1.06% ปิดที่ 68.0213 US$/Oz
- ราคาทองคำ +0.17% ปิดที่ 4219.33 US$/Oz
- ราคาบิทคอย -0.42% ปิดที่ 63971.71 USD








