เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 0.69 จุด (-0.04%) ปิดที่ระดับ 1,592 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.16 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 246 บริษัท, ปรับลง 189 บริษัท) ดัชนีเปิดกระโดดรับข่าวสหรัฐกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่ท้ายตลาดพลิกปิดลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานกดดัน โดยมี Sector ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มน้ำมัน (PTT, PTTEP), กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC), กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IVL) ส่วน Sector ที่ปรับขึ้นพยุงดัชนี คือ กลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน (AOT, THAI, MINT, CENTEL), กลุ่มโรงพยาบาล (BH, BDMS, PR9) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
PTT (-2.78%), PTTEP (-4.91%) มีจิตวิทยาลบ ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ตลาด Nymex ลดลง 4.72$ (-5.56%) ซื้อขายที่ 80.16$/bbl และน้ำมันดิบ Brent ลดลง 4.43$ (-5.11%) ซื้อขายที่ 82.9$/bbl เป็นลบกับหุ้นน้ำมัน
GULF (+1.56%), GPSC (+1.83%), BGRIM (+10%) มีจิตวิทยาบวกจาก 1)ราคาพลังงานลดลง สงครามตะวันออกกลางใกล้ยุติ, 2) US Bond yield ปรับลง และ 3) ค่าเงินบาทแข็งค่าสู่ระดับ 32.5 บาท จากสัปดาห์ก่อน 33 บาทต่อดอลลาร์
MINT (+9.01%), CENTEL (+5.88%), ERW (+4.17%) เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากข่าวสหรัฐบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านฯ คาดภาคการท่องเที่ยวกับมาฟื้นตัว และเป็นกลุ่มที่ราคายัง underperform และยัง laggard จากตลาดนับตั้งแต่เกิดสงคราม
AOT (+1.7%), AAV (+3.7%), THAI (+3.62%), BA (+3.57%) มีจิตวิทยาบวกเดียวกับกลุ่มโรงแรม และยังได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดที่ร่วงแรง โดยกลุ่มสายการบินมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 20-40% ของต้นทุนรวม
BH (+3.93%), BDMS (+1.1%), PR9 (+3.68%) เป็นอีกกลุ่มที่ราคายัง underperform และยัง laggard จากตลาดนับตั้งแต่เกิดสงคราม และคาดว่าจะเห็นจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางเร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจาก pent up ดีมานด์ ที่อั้นมาจากสงคราม








