เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 0.98 จุด (-0.06%) ปิดที่ระดับ 1,587 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.4 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 318 บริษัท, ปรับลง 139 บริษัท) นักลงทุนรอดูผลประชุมเฟดคืนนี้ หุ้นปรับลงกดดัชนียังเป็นกลุ่มเดิมที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัว อาทิ DELTA, THAI และ PTTEP จากราคาน้ำมันดิบหลุดแนวรับที่ระดับ 80$/bbl อย่างไรก็ตามดัชนีปรับลงจำกัดเนื่องจากนักลงทุนสลับเข้าลงทุนและเก็งกำไรหุ้นในกลุ่ม De-escalation และ Anti-Commodities นำโดย โรงพยาบาล (BDMS, BCH, CHG), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC), ค้าปลีก (HMPRO, GLOBAL, CRC) และ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC, TIDLOR)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
KCE (+6.29%), HANA (+4.7%) มีจิตวิทยาบวก วันนี้สิงคโปร์ประกาศยอดส่งออกไม่รวมน้ำมัน (Non-oil export) เดือน พ.ค. +38.4%y-y เร่งขึ้นจาก +24.4%y-y ในเดือน เม.ย. โตมากสุดในรอบ 23 ปี หนุนจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +94.8%y-y (media disk +227.8%y-y, PC +140.9%y-y, IC+80.9%y-y) สะท้อนทิศทางยอดขายใน 2Q26F โตแรงเป็นจิตวิทยาบวกกับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย (DELTA ปรับลงจากปัจจัยลบเฉพาะตัวเรื่อง Capped weight)
TOP (+2.86%), SPRC (+2.17%), BCP (+1.54%) แม้มีปัจจัยลบจากงบ 2Q26F ซึ่งคาดว่าจะมี stock loss จำนวนมากหลังราคาน้ำมันดิบร่วงแรง แต่ตลาดมองข้ามและประเมินราคาหุ้นลดลงสะท้อนปัจจัยนี้ไปแล้วพร้อมปรับมุมมองเป็นบวกเพราะราคาน้ำมันดิบที่ลดลงคือต้นทุนโรงกลั่นจะลดลงตามหนุนค่าการกลั่นกลับมาสูงขึ้นในช่วงถัดไป
GPSC (+2.96%), BGRIM (+4.82%), EGCO (+3.38%) เช้าวันนี้เราออกออกบทวิเคราะห์ประเด็นไทยเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นกระตุ้นการใช้พลังงานไฟฟ้า ผสานตลาดดักเก็งกำไรภาครัฐ (EPPO) เตรียมประกาศแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เป็นปัจจัยบวกหนุน MW Growth ในระยะถัดไป
MTC (+2.54%), SAWAD (+4.13%), TIDLOR (+6.67%) ราคาหุ้น laggard สุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม ผสานตลาดคาดหวังเงินหมุนเวียนและกำลังซื้อในระบบเพิ่มขึ้นหลังราคาพลังงานปรับลงและรัฐมีมาตรการช่วยเหลือ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส
THAI (-5.80%) นักลงทุนเทขายปรับ position หลังบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นในกลุ่มเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนจะพ้นระยะเวลาห้ามขายหุ้นล็อตสุดท้าย (Lock-up) ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ โดยมีจำนวนหุ้นมากถึง 19,802 ล้านหุ้นคิดเป็น 70% ของหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดโดยมีต้นทุนต่ำอยู่ในช่วง 2.54 -4.48 บาท









