ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

แกว่งกรอบแคบ… ติดตามผลประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ คืนนี้

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นแกว่งตัวลง ปิดลบบางๆ (อ่อนแอกว่าที่เราคาดเล็กน้อย)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.23% เนื่องจาก i) หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับฐานค่อนข้างแรง ทั้งจากกระแสการเปลี่ยนกลุ่มเล่นที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลังจากราคาน้ำมันร่วงแรง ภาพเศรษฐกิจดีขึ้น หนุนเม็ดเงินให้หมุนไปเข้าหุ้นธีมเศรษฐกิจ (value economic plays) รวมทั้งประเด็นข่าวที่ ครม. อนุมัติ Global Minimum Tax (GMT) ซึ่งเป็นการเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติ มีผล มิ.ย. 2570 ซึ่ง DELTA* น่าจะเป็นหุ้นหนึ่งที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งกรอบแคบ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) หุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ยังมีแรงกดดัน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแรงกดดันจากการเปลี่ยนกลุ่มเล่น รวมทั้งประเด็นที่ ตลท. ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงอีก 5.59% ก่อนหน้าการลงนามดีลสันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน ในวันที่ 19 มิ.ย. ii) นักลงทุนติดตามผลการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ คืนวันนี้ ซึ่งจะเป็นการนั่งเป็นประธานครั้งแรก ของนาย Kevin Warsh ประธานคนใหม่

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… นอกจากประเด็นภาษีบริษัทข้ามชาติแล้ว ล่าสุด ก.คลังชี้ว่าการสรุปผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ อาจล่าช้ากว่าเดิม หลังจากมีการสกรีนผู้มีสิทธิอย่างเข้มข้น ซึ่งหากการให้เงินในกลุ่มนี้จำนวน 13 ล้านคนล่าช้าออก อาจส่งผลให้แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคลดลงจากเดิมบ้าง แต่ไม่น่าเปลี่ยนทิศทางหลักของเศรษฐกิจไทย

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

เก็งกำไร WHA*, BH*, ADVICE

WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway มีโอกาส Break จุดสูง ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 5.0 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท กรณี Break กรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.9 บาท (Stop loss 4.9 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากทั้งยอดขายที่ดินนิคมฯที่จะเร่งตัวขึ้น + รายได้สาธารณูปโภคที่จะเพิ่มขึ้นจาก Data center เราประเมินยอดขอ BOI สะสมที่สูงราว +3 ล้านล้านบาท จะเป็น Sentiment บวกต่อแนวโน้มยอดขาย + ยอดโอนที่ดินนิคมฯของ WHA* ขณะที่การเร่งลงทุนด้าน Data center และการปลดล็อค Direct PPA (ขายไฟตรงเข้า Data center) จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของธุรกิจสาธารณูปโภค (Non-IE) ของ WHAUP* … WHA* ถือหุ้น WHAUP* 70.45% 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 14.6 เท่า (ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 15.4 เท่า) Dividend yield 4.1%

BH* (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 182.5 บาท / แนวต้าน 186 – 195 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 205 บาท (Stop loss 176.5 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายปลดล็อคการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ เราประเมินแนวโน้มผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวเด่นใน 3Q69 หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทั้งนี้ผลกระทบของสงครามใน 2Q69 ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่ามีผลกระทบที่จำกัด (ใน 2Q69 ผู้ป่วยต่างชาติยังคงมีการเดินทางมารับการตรวจรักษา แม้จะชะลอลง) แต่ราคาหุ้นซึมซับข่าวลบไปพอสมควรแล้ว 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ที่ 24 เท่า / ใกล้เคียง -1SD ที่ 18 เท่า)

ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น เริ่มฟื้นตัวหลังพักฐานในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.6 – 6.85 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.15 บาท (Stop loss 6.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ทำจุดสูงใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตรากำไร 2Q69 จะยืนสูงต่อเนื่องจาก 1Q69 จากการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น (ผลจากสินค้าไอทีขาดแคลน) ขณะที่อุปสงค์แข็งแกร่ง ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอที เพื่อรองรับเทรนด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล … แผนการเร่งยอดขายกลุ่ม Commercial (ลูกค้าองค์กร) เป็น Upside ใน 2H69 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.5 เท่า (เท่ากับ -1SD) ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +31% YoY

หุ้นมีข่าว

(-) แพนิก THAI พ้นล็อกอัพ เร่งดึงกองทุนร่วมตั้งรับ (ข่าวหุ้น) ผวา! แรงขาย 2 หมื่นล้านหุ้น-ลุ้นเข้าดัชนี SET50 ระทึก! หุ้น THAI กว่า 2 หมื่นล้านหุ้น เตรียมพ้นเงื่อนไข Lock-up วันที่ 3 ส.ค.นี้ คิดเป็น 70% ของหุ้นทั้งหมด สร้างความกังวลแรงขายจากเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุน หวั่นกดดันราคาหุ้นหนัก ฟาก “ซีอีโอ” เร่งเจรจากองทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ารับซื้อเพื่อดูดซับอุปทาน ขณะที่ตลาดลุ้นข่าวดี THAI เข้า SET50 สัปดาห์นี้ ช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านบาทพยุงราคาหุ้น พร้อมจับตาบอร์ดเดินหน้าสรรหา CEO คนใหม่ภายในไตรมาส 3/69 ส่วนโบรกเกอร์ประเมินแนวรับสำคัญที่ 5.50 บาท เป็นระดับชี้ทิศทางราคาหุ้นในระยะถัดไป

(+) AOT เก็บค่า PSC ใหม่แล้ว! ดันรายได้เพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน (ข่าวหุ้น)* “ท่าอากาศยานไทย” เดินหน้าเก็บค่า PSC ใหม่แล้ว กรณีผู้โดยสารซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าสำหรับเดินทางตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป ต้องชำระอัตราใหม่ที่เพิ่มขึ้น 390 บาท หนุนรายได้เพิ่มกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี เสริมกระแสเงินสดแกร่ง พร้อมเร่งลงทุนสนามบินวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท รับเป้าหมายไทยสู่ Aviation Hub ขณะที่โบรกฯ ยกเป็น Top Pick ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 68 บาท มองฐานะการเงินแข็งแกร่ง รองรับการเติบโตระยะยาว

(+) WHAUP ผนึกกลุ่มรพ.สินแพทย์ ศึกษาโมเดล Direct PPA-TPA (ข่าวหุ้น)* WHAUP* จับมือกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ ศึกษาโมเดล Direct PPA และ TPA หนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาด เดินหน้าสู่ Green Hospital พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ

(-) CPG ตัดขายหุ้น TRUE ให้ UBS เพิ่ม 2.7% ยันไร้ผลกระทบโครงสร้างบริหาร-การันตีลงทุนระยะยาว (ข่าวหุ้น)* “เครือเจริญโภคภัณฑ์” ตัดขายหุ้น TRUE* ให้ UBS เพิ่มอีก 2.706% ยืนยันไร้ผลกระทบโครงสร้างบริหารและดำเนินธุรกิจ พร้อมการันตีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ปักหลักลงทุนระยะยาว

(0) เคาะเรตเฉพาะ “ดาต้าเซ็นเตอร์” (ไทยรัฐ) “เอกนัฏ” เบรกเก็บค่าไฟแพงกลุ่มรวยใช้เยอะ พลังงานเตรียมคลอดอัตราค่าไฟประเภท 9 สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์เฉพาะราคาสูงกว่าไฟบ้านเพราะเป็นกลุ่มใช้ไฟสูงและต้องใช้ก๊าซนำเข้า เบรก! เก็บค่าไฟแพงกลุ่มคนรวยใช้ไฟเยอะ เห็นควรรื้อเงื่อนไขอื่นที่เป็นต้นทุนค่าไฟก่อน “เอกนัฏ” ชี้แนวโน้มราคาน้ำมันใกล้เข้าสู่สถานการณ์ปกติ

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 15.5 บาท)

  • BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนวรับ 16 บาท / แนวต้าน 16.7 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 15.1 บาท)

  • MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 23.5 บาท / แนวต้าน 24.4 – 26 บาท (Trailing stop 23 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 35.5 บาท / แนวต้าน 37 – 38 บาท (Stop loss 35 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 64.75 บาท / แนวต้าน 67 – 68.75 บาท (Stop loss 63.25 บาท)

  • SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.04 บาท / แนวต้าน 3.16 – 3.24 บาท (Stop loss 2.92 บาท)

  • SCGP* (เป้าพื้นฐาน 28 บาท) แนวรับ 24.9 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.0 บาท (Stop loss 24.4 บาท)

  • KGEN (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.87 บาท / แนวต้าน 1.96 – 2.1 บาท (Stop loss 1.75 บาท)

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) แนวรับ 9.0 บาท / แนวต้าน 9.45 – 9.65 บาท (Stop loss 8.8 บาท)

  • KBANK* (เป้าพื้นฐาน 216 บาท) แนวรับ 204 บาท / แนวต้าน 208 – 218 บาท (Stop loss 200 บาท)

  • ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 422 บาท) แนวรับ 356 บาท / แนวต้าน 366 – 372 บาท (Stop loss 354 บาท)

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 14.3 บาท / แนวต้าน 14.8 – 15.5 บาท (Stop loss 13.1 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • PTTGC* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 35 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินการเตรียมเซ็นสัญญาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ทำให้ความเสี่ยงเรื่องอุปทานน้ำมันโลกลดลง และส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติก Polyethylene (PE) ปรับลดลงตามไปด้วย ฝ่ายวิจัยฯปรับลดสมมติฐานเป้าหมาย EV/EBITDA ลง ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 35 บาท (เดิม 40 บาท) ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)

  • PTTEP* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 145 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่ผ่อนคลายลง การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฯเตรียมกลับสู่ปกติ ฝ่ายวิจัยฯปรับลดคำแนะนำ PTTEP* ลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”) และปรับเป้าหมายพื้นฐานลงมาเป็น 145 บาท (เดิม 160 บาท) จากการปรับสมมติฐาน WACC ในการคำนวณ DCF ขึ้น

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -