บล.กสิกรไทย
Tourism Sector จับตาดูจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน มิ.ย.
คาดผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 จะแข็งแกร่ง เราคาดว่าผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2/2569 จะยังคงแข็งแกร่งจาก 3 ปัจจัยหลัก ประการแรก ธปท. รายงาน RevPar ในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 1,411 บาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY ซึ่งสะท้อนว่าภาคธุรกิจโรงแรมในประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจะลดลง 7.0% YoY ในเดือนดังกล่าว ประการที่สอง แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ผู้บริหารของบริษัทโรงแรมส่วนใหญ่ให้ไว้ระหว่างการประชุมหลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังคงเป็นบวก โดยผู้บริหารคาดว่า RevPar จะยังคงเติบโตเป็นบวกในไตรมาส 2/2569 และจะเติบโตต่อเนื่องตลอดปี 2569 ประการสุดท้าย จำนวนนักท่องเที่ยวที่รายงานในเดือนพ.ค. อยู่ที่ 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% YoY พลิกฟื้นจากการลดลง 7.0% YoY ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าประมาณการของเราที่ 2.0 ล้านคนอยู่ 15%
จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย. เป็นปัจจัยสำคัญ ประการแรก เราไม่ได้รู้สึกเชิงบวกมากนักต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. หากไม่รวมกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและอาเซียนแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับแล้วในเดือนพ.ค. ลดลง 2% YoY ประการที่สอง เราสงสัยว่าการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. อาจเป็นผลจากอุปสงค์คงค้าง และผู้โดยสารที่เลื่อนการเดินทางมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณสนามบินในตะวันออกกลาง รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของสายการบินระหว่างประเทศ ประการสุดท้าย การเร่งตัวขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วโลกที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ (leisure spending)
อุปสงค์จากธุรกิจ MICE จะช่วยเป็นปัจจัยป้องกันความเสี่ยง งาน MICE ขนาดใหญ่ตามฤดูกาลที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ได้แก่ Gastech, การประชุม IMF และ Tomorrowland ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางเพื่อธุรกิจราว 300,000 คนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนต.ค. แม้ว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงานอาจไม่ได้สูงมากนัก แต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวของกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง เรายังไม่ได้รวมผลบวกจากงานตามฤดูกาลเหล่านี้เข้าไว้ในประมาณการของเรา
มุมมอง KS :
เป็นกลาง เราคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มท่องเที่ยวไทย แต่มีมุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้น หลังจากตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. สะท้อนว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่ำกว่าที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ตาม เราอาจทบทวนมุมมองการลงทุนของเราอีกครั้ง หากตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนมิ.ย. ที่กำลังจะมีการรายงาน แสดงให้เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก แม้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเครื่องบิน ปรับตัวสูงขึ้น และนำไปสู่การปรับขึ้นของค่าโดยสารเครื่องบินก็ตาม
หุ้นเด่น เราปรับ AWC เข้ามาแทน CENTEL ในฐานะหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่ม ขณะที่ ERW ยังคงเป็นหุ้นเด่นอันดับหนึ่งของเรา เราชอบผู้ประกอบการโรงแรมที่พึ่งพาตลาดในประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรมที่ได้รับประโยชน์จากธุรกิจ MICE มากกว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่มีการกระจายตัวของทำเลในหลายประเทศ สำหรับ AWC ราคาหุ้นลดลง 9% ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่เราคาดว่ากำไรปกติในปี FY2569 จะลดลงเพียง 4% ส่วน ERW ราคาหุ้นลดลง 11% เช่นกัน ขณะที่ประมาณการกำไรปกติของเราในปี FY2569 มีแนวโน้มลดลงเพียง 13%








