กลับมากังวลการเซ็นสัญญาสงบศึก / 1,565–1,580
คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง : หลังตลาดกลับมากังวลในภาพการเซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ส่วนแรงหนุนมองลุ้นที่ประชุม กรอ. ออกมาตรการหนุน Thailand Fast Pass เพิ่ม ขณะที่กลุ่มธนาคารยังน่าสนใจ เล่นรับทิศทางดอกเบี้ยของ กนง.
กลยุทธ์การลงทุน
1) เข้า SET50/100 รอบ 2H69: BCP₅₀, MRDIYT₅₀, TFG₅₀, THAI₅₀, THCOM₁₀₀ , WHAUP₁₀₀
2) คาด กนง.คงดอกเบี้ย: BLA, KBANK, KTB, SCB, KKP, BBL, TLI
3) ลุ้นมาตรการจากที่ประชุม กรอ. : AMATA, CK, STECON, DELTA, GULF, HANA, KCE, WHA, ADVANC, TRUE, INSET, PT
4) Selective : ITC, CBG, AEONTS, PRM, PSL
-
เจรจาไปขู่ไปทำให้ตลาดกังวล: ภาพสงครามในตะวันออกกลางกลับมาน่ากังวลหลังยังเกิดเหตุอิสราเอลเดินหน้าโจมตีเลบานอน ทำให้ความไม่แน่นอนในการเซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสหรัฐ และอิสราเอล เพิ่มขึ้นโดยทรัมป์ออกมาแสดงความไม่พอใจ พร้อมย้ำว่าอาจเข้าปิดล้อมช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง หากสถานการณ์บีบบังคับ นอกจากนี้ขู่ว่าจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง โดยสถานการณ์ล่าสุดผู้แทนการเจรจาของอิหร่าน เดินออกจากที่ประชุม เพื่อแสดงความไม่พอใจ ต่อการโพสข่มขู่ของทรัมป์ รวมถึงการโจมตีเลบานอน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ปรับขึ้นแตะ 77.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลให้ภาพรวมการลงทุน
-
ลุ้นที่ประชุม กรอ. ประชุมนัดแรกวันนี้ : โดยเนื้อหาการประชุมจะเน้นการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างภาครัฐ-เอกชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว การศึกษา รวมถึงวาระสำคัญอย่างกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ทำให้ตลาดคาดหวังการออกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Thailand Fast Pass เพิ่มเติม หลังช่วงก่อนมีการประกาศลงทุน Data Center ในไทยจาก Tiktok มองหากมีความคืบหน้าออกมา เป็นแรงหนุนหุ้น Domestic กลุ่มนิคมฯ ก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กฯ โรงไฟฟ้า สื่อสาร และหุ้นที่อิง Data Center
-
จับตาการประชุม กนง. พุธนี้ : โดยคาดครั้งนี้ที่ประชุมจะมีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.00% โดยมองเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงทำให้ความเป็นไปได้ในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยลดลง ส่วนภาพการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจเป็นไปได้ยากเช่นกัน เนื่องจาก Core CPI ไทย เดือน พ.ค. ยังขยายตัว 0.92%y-y เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.83% ทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งช่วยเร่งอัตราเงินเฟ้อให้ขยายตัว ซึ่งอาจส่งต่อเป็นภาพเงินเฟ้อถาวรในระยะยาว มองปีนี้ทั้งปีอาจมีการคงดอกเบี้ยที่ 1% เรามองมุมมองของที่ประชุม กนง. จะเป็นสิ่งสำคัญที่ตลาดจับตา โดยหากมีแนวโน้มในเชิงระมัดระวังเงินเฟ้อ อาจเป็นไปได้ที่จะมีการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น โดยรวมมองทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั้งไทย และ ตปท. เป็นไปในเชิง Hawkish มากขึ้น บวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) BOI มีมติอนุมัติงบประมาณ 2,498 ล้านบาท เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและพัฒนาบุคลากร แบ่งออกเป็น 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูง
(+) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยเดือน พ.ค. 69 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,115 ราย เพิ่มขึ้น 6.72% y-y และ 10.24% m-m
(+) อังกฤษเผยยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้น 1.2% m-m ในเดือน พ.ค. 69 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 69 นับเป็นสัญญาณบวกว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวเป็นวงกว้าง
(-) ผู้ว่าการธนาคารกลางเบลเยียมและหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายของ ECB กล่าวว่า ECB อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ได้เร็วที่สุดในเดือนหน้า หากพบหลักฐานเพิ่มเติมว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนเริ่มขยายตัวจากภาคพลังงานไปยังภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะภาคบริการ
Picks of the day
KKP (BUY)
-
เป้าหมาย: 95.00 / 97.00 แนวรับ: 90.50 / 91.00
-
คาดกำไร 2Q69 เติบโตสูง y-y: คาด KKP จะมีกำไร 2Q69 2.1 พันลบ. เพิ่มขึ้นถึง 46.8% y-y จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอขายลดลง และคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นด้วย 5.8% q-q จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามสินเชื่อที่เติบโต และมีการตั้งสำรองลดลง
-
แนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย: ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อยังทรงตัว ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีกตามเงินฝากประจำที่จะทยอยปรับลดต้นทุนลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ
ITC (BUY)
-
เป้าหมาย: 17.00 / 17.30 แนวรับ: 16.00 / 16.30
-
คาดรายได้เติบโตได้ตามเป้า: คาดรายได้ในปี 2569 สามารถทำได้ตามเป้าของบริษัทที่เติบโต 9-12% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 8-11% ในรูปเงินบาท) หลังจากผลประกอบการ 1Q69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 3 ปี ปัจจัยหนุนหลักมาจากตลาดอเมริกาและยุโรปที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง (Pet Treats) ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
-
สงครามคลี่คลายและผลกระทบภาษีต่ำจากอัตราต่อรองราคา: ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าระวางเรือและระยะเวลาขนส่งสินค้าที่เคยยืดออกไป ในด้านภาษีแม้จะมีเกณฑ์ภาษีใหม่ (Global Minimum Tax) แต่อัตราภาษีที่แท้จริงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 5-7% นอกจากนี้ ITC ยังมีอำนาจการต่อรองราคาสูงผ่านกลไก Cost-plus pricing เพื่อส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ไปยังลูกค้า









