KS Daily View 22.06.2026 >>> ความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง หนุนน้ำมันฟื้นตัว แนะเพิ่มความระมัดระวัง กรอบ SET วันนี้ 1,560 – 1,580 จุด แนะนำ KCE, WHAUP

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,600 จุด โดยปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามคือการประชุม กนง. วันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 1.0% พร้อมจับตาตัวเลขส่งออกเดือน พ.ค. ที่คาดเติบโต 11.6% YoY รวมถึงการประชุม กรอ. นัดแรกวันที่ 22 มิ.ย. ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ส่วนด้านปัจจัยต่างประเทศยังต้องระวังทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลัง FED ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น อาจหนุนดอลลาร์แข็งค่า กดดันเงินบาทอ่อน กระตุ้นกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกในระยะสั้นได้ ขณะที่ SET ยังมีโอกาสพักฐานจากแรงกดดันของหุ้นนำตลาดอย่าง DELTA ที่เริ่มหลุดแนวรับสำคัญ โดยตลาดเริ่มกังวลกำไร 2Q26 อาจโตต่ำคาด  ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาด ดังนั้นกลยุทธ์จึงแนะนำใช้จังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัวเน้นหุ้นที่กำไรเติบโตดี และ มี Valuation น่าสนใจ โดยหุ้นเด่นสัปดาห์นี้ แนะนำ KCE, ERW, WHAUP และ KTB

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,572.50 จุด -0.79% แรงซื้อมากในกลุ่มรับเหมา ปิโตรเคมี ท่องเที่ยว ขณะที่มีแรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,560–1,580 จุด ยังมีความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หนุนให้ราคาน้ำมันดิบโลกในระยะสั้นเริ่มขยับขึ้น อาจกดดันตลาดหุ้นโดยรวม แนะเพิ่มความระมัดระวัง โดยกลยุทธ์เน้นย่อสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตดี โดยวันนี้แนะนำ KCE, WHAUP

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

1. นายเอกนิติเตรียมนำประชุม กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. หลังไทยได้รับสัญญาณบวกจากการคงอันดับเครดิต BBB+ ของ S&P และอันดับความสามารถแข่งขัน IMD ดีขึ้นสู่ลำดับ 26 โดยเตรียมขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ พลังงาน เทคโนโลยี กฎระเบียบ และแรงงาน พร้อมเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่งการลงทุนและยกระดับศักยภาพการแข่งขันระยะยาวของประเทศ ขณะเดียวกันมุ่งลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย มองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA, WHA) รับเหตุกระตุ้น FDI และ Data Center รวมถึงกลุ่มรับเหมาและโครงสร้างพื้นฐาน (STECON, CK)

2. นายเอกนิติสั่ง BOI ทบทวนยุทธศาสตร์ Data Center ใหม่ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านการใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก โดยเตรียมเปิดทางให้นักลงทุนจัดหาไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA ควบคู่กับการลงทุน Data Center พร้อมต่อยอดสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI, Cloud และการพัฒนาบุคลากรด้าน Data Scientist ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมใช้กลไก กรอ. และ BOI Fast Pass เร่งปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน กฎระเบียบ และแรงงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาวของประเทศ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง WHA, AMATA, GULF, BGRIM และ GPSC จากโอกาสลงทุน Data Center และพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ Direct PPA จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว

3. กระทรวงพาณิชย์เตรียมปรับลดราคาปุ๋ยทุกยี่ห้อลงเฉลี่ยกระสอบละ 150 บาท (50 กก.) มีผลทั่วประเทศตั้งแต่ 22 มิ.ย. หลังปริมาณนำเข้าปุ๋ยเพิ่มขึ้นและสถานการณ์ขนส่งโลกคลี่คลายจากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบลดลง โดยภาครัฐจะเข้มงวดตรวจสอบร้านค้าห้ามจำหน่ายเกินราคา เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์เต็มที่จากมาตรการลดต้นทุนการผลิตครั้งนี้ มองเป็นบวกต่อกำลังซื้อภาคเกษตรและกลุ่มสินเชื่อรายย่อยในต่างจังหวัด เช่น MTC, SAWAD, TIDLOR รวมถึงค้าปลีกภูมิภาคอย่าง CPALL

4. ภาคเอกชนเร่งลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมกว่า 400 โครงการ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟและรองรับเป้าหมายด้าน ESG โดยการลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มค้าปลีก คลังสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่โมเดล Private PPA ที่ผู้ให้บริการ ESCO รับภาระเงินลงทุนทั้งหมดและขายไฟในราคาต่ำกว่าระบบปกติ 10-30% กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภาคธุรกิจไทยเร่งตัวขึ้น มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและผู้พัฒนาโซลาร์ครบวงจร เช่น GULF, GUNKUL, GPSC, BGRIM, รวมถึง WHA

Daily pick

KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท

  • ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนสารเคมีซึ่งคิดเป็นราว 33% ของ COGS และคาดเริ่มเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปลาย 3Q69 เป็นต้นไป
  • การปรับขึ้นราคาขาย 10-15% ผสานอุปทาน PCB ที่ตึงตัวและอุปสงค์จากทั้ง AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยหนุน GPM ฟื้นสู่ระดับมากกว่า 25% ใน 2H69
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท : ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจาก Margin ที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุน พร้อมมอง Valuation ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน

WHAUP: ราคาพื้นฐาน 7.55 บาท

  • กำลังรองรับ Data Center ไทยมีโอกาสเพิ่มจาก 600MW ในปี 2568 สู่ 5GW ภายในปี 2573 จากการลงทุนของผู้เล่น Hyperscale และโครงการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI
  • คาดนิคม WHA รองรับ Data Center ราว 38% ของประเทศ ช่วยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมและสร้าง Upside เพิ่มเติมจากโครงการ Direct PPA ในอนาคต
  • ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท : ปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวจากความต้องการใช้น้ำที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 2569-74 และยังมีศักยภาพรองรับการเติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มสูงมากนัก

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันจันทร์ ติดตามการประชุม กรอ. นัดแรก เร่งเดินหน้าปฎิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และจ่อเปิดตัว Thailand Fast Pass
  • วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. ส่วนฝั่งสหรัฐฯจะรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 54.6 จุด ลดลงจาก 55.1 จุด และดัชนี PMI ภาคบริการของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 51.0 จุด เพิ่มขึ้นจาก 50.7 จุด ส่วนฝั่งยูโรโซนติดตามการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน
  • วันพุธ ติดตามการประชุม กนง. คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.0% ส่วนทางฝั่งสหรัฐฯ แนะเกาะติด ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน พ.ค. คาด +3.2%MoM ผสานการรายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US
  • วันพฤหัส ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน พ.ค. โดยตลาดคาดจะขยายตัว +11.6%YoY ส่วนทาง US เกาะติด เงินเฟ้อ US Core PCE พ.ค. คาดที่ +3.4%YoY ขยับขึ้นจาก เดือน เม.ย. ที่ +3.3%YoY และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US พ.ค.
  • วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นสหรัฐฯ จาก ม.มิชิแกน
- Advertisement -