ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งลงต่อ… ความไม่แน่นอนของสถานการณ์สหรัฐฯ – อิหร่าน เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.79% รับแรงกดดันจาก i) หุ้น DELTA* (-3.47%) ที่เผชิญแรงขายค่อนข้างมาก และตัวเดียวถ่วงดัชนีฯ 11.80 จุด หลังจากตลาดยังอยู่ในกระแสของการเปลี่ยนกลุ่มเล่นจากหุ้นเทคโนโลยีมายังหุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ii) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3.78 พันล้านบาท ซึ่งเหตุผลหลักน่าจะเกิดจากการปรับน้ำหนักของ FTSE rebalance ที่มีผล ณ ราคาปิดของวันที่ 19 มิ.ย. แต่ในแง่ของปัจจัยของ SET ไม่ได้มีข่าวลบใดๆ เข้ามา
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Juneteenth Day (วันหยุดเพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดการค้าทาสในอเมริกา) ส่งผลให้ไม่มีตลาดการเงินอ้างอิงให้ตลาดเอเชีย ii) สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. จบลงด้วยการวอล์คเอาท์ของฝั่งอิหร่าน หลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ขู่จะโจมตีอิหร่านอีกครั้งหนึ่ง หากกลุ่ม Hezbollah ยังคงต่อสู้กับอิสราเอล
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… สัปดาห์นี้นักลงทุนควรติดตาม i) การเปิดโครงการ Thailand FastPass ในวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะเน้นดันการลงทุนและ FDIs หลังจากออกมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเรียบร้อยแล้ว ii) การประชุม กนง. ในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเราคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% และน่าจะมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP growth ปี 2569 จากปัจจุบันที่ กนง. มองที่ +1.50%
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )
เก็งกำไร KBANK, SCGP, ADVICE
KBANK* (เป้าพื้นฐาน 245 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up มีโอกาสทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 204 บาท / แนวต้าน 208 – 218 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้น Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 230 บาท (Stop loss 201 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวก การประชุม กรอ. และการเร่งผลักดัน Thailand FastPass วันนี้ จะเริ่มประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) คาดเตรียมปลดล็อคข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อเร่งผลักดัน Thailand FastPass หนุน Sentiment บวกต่อกลุ่มธนาคารฯ โดยที่ฝ่ายวิจัยฯประเมินอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2569-70 จะกลับมาโต +2.6% และ 4% ตามลำดับ หลังจากที่ปีก่อนติดลบ และแนวโน้ม NIM ที่ยืนทรงตัวสูงต่อ (Trend ดอกเบี้ย ไม่ลง) 3) Valuation ยังมี Upside Dividend yield สูง 5.8% ต่อปี
SCGP* (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) 1) ประเมินราคาเริ่มเกิดสัญญาณ Break แนวต้าน ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 26 บาท / แนวต้าน 27.0 – 29.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32 บาท (Stop loss 24.7 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง เบื้องต้นเราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q69 จะฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 1Q69 ทั้งจากราคากระดาษที่ปรับขึ้น การฟื้นตัวของธุรกิจ Fajar ขณะที่คาดสงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง หนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 16 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว +/-22 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัว +73% YoY หลังจากที่กำไรลดลง YoY มาหลายปีติด
ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น เริ่มฟื้นตัวจากแนวรับในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.85 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.15 บาท (Stop loss 6.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ทำจุดสูงใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตรากำไร 2Q69 จะยืนสูงต่อเนื่องจาก 1Q69 จากการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น (ผลจากสินค้าไอทีขาดแคลน) ขณะที่อุปสงค์แข็งแกร่ง ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอที เพื่อรองรับเทรนด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล … แผนการเร่งยอดขายกลุ่ม Commercial (ลูกค้าองค์กร) เป็น Upside ใน 2H69 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.5 เท่า (เท่ากับ -1SD) ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +31% YoY
หุ้นมีข่าว
(+) จับตา กรอ.ถนัดแรกวันนี้! ‘คลัง’ ชงแผนดันเศรษฐกิจ (ข่าวหุ้น) S&P คงเรตติ้งดึงฟันด์โฟลว์ ชู KBANK*-KTB*-PTT*-GULF* เด่น “เอกนิติ” แย้มถก กรอ.นัดแรกวันนี้ “คลัง” หวังกำจัดจุดอ่อนประเทศ เล็งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ดัน Thailand Fast Pass เร่งรัดลงทุน BOI “ศรพล” ยัน ตลาดหุ้นไทยหลุมหลบภัยแห่งอาเซียน ฟาก S&P คงเรตติ้งดึง Fund Flow ไหลเข้า โบรกเกอร์ชู KBANK*-KTB*-PTT*-GULF* เด่น
(+) สหกรณ์บิ๊กล็อต THAI 4 ส.ค. AOT ขึ้น PSC ดันแอร์โร 60% (ข่าวหุ้น)* กลุ่มสหกรณ์ดีเดย์บิ๊กล็อตหุ้น “การบินไทย” 4,500 ล้านหุ้น ผ่าน 3 โบรกฯ BYD-UBS-KKP วันที่ 4 สิงหาคมนี้ รักษาเสถียรภาพราคาหุ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ด้านซีอีโอการบินไทยมั่นใจต่างชาติพร้อมเสียบแทน เดินหน้าแผนเพิ่มฝูงบินต่อเนื่อง สิ้นปีนี้แตะ 102 ลำ ขณะที่ปวีณา ซีอีโอ AOT* ยันขึ้นค่า PSC ล่าสุด 20 มิ.ย. AOT* พลิกโครงสร้างรายได้ ดันธุรกิจการบินแตะ 60% ลดพึ่งพารายได้เชิงพาณิชย์ สร้างสมดุลและยั่งยืนระยะยาว
(+) BDMS* อัดงบลงทุน 2.9 หมื่นล้าน เปิดตัวเมกะโปรเจกต์ ‘WellEra’ ใจกลางลุมพินี (ข่าวหุ้น) BDMS* ทุ่มงบ 29,000 ล้านบาท เปิดตัว “WellEra” เมกะโปรเจกต์ Wellness Complex ใจกลางลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” บูรณาการที่อยู่อาศัยและการแพทย์เชิงป้องกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ของโลกอย่างเต็มรูปแบบในปี 73
(+) KGEN มั่นใจไตรมาส 2 เริ่มพลิกกำไร ขยายธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ชูโรงงานผลิต Chery ระยองหนุน (ข่าวหุ้น) KGEN ปักธงเทิร์นอะราวด์ คาดเริ่มพลิกมีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เร่งขยายธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเต็มสปีด หลังโรงงานผลิตของ Chery ที่ จ.ระยอง เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้ากำลังผลิต 8 หมื่นคัน/ปี รองรับตลาดในไทยและอาเซียน กางแผน 24 มิ.ย.นี้ เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่น Chery Q พร้อมส่งซิกปีนี้ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการหลังการขายเป็น 210 แห่ง
(-) อุบัติเหตุขณะก่อสร้างรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ… -ผนังอุโมงค์ดอยหลวงถล่มขณะติดตั้งแผ่นกันซึม ส่งผลมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทางการสั่งหยุดก่อสร้างชั่วคราวเพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้สัญญานการก่อสร้างรถไฟทางคู่นี้เป็นสัญญาที่ 3 ดำเนินการโดย JV ระหว่าง CK* 51% และ STECON* 39% รวมทั้งเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น 10% โดยเส้นทางส่วนนี้มีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2570 ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 72% เร็วกว่ากำหนดราว 9% โดยข่าวอุบัติเหตุระหว่างงานก่อสร้างน่าจะกระทบราคาหุ้นทั้ง 2 ในระยะสั้น ปกติผู้รับเหมาจะมีการทำประกันคุ้มครองทั้งหมดอยู่แล้ว… ทั้งนี้ หากเมื่อเทียบกับครั้งอุโมงค์ MRT สายสีม่วงใต้ถล่มเมื่อสิ้นปี 2568 ราคาหุ้นของทั้งคู่ปรับตัวลดลงราว 2-3% เรามองว่ารอบนี้ราคาหุ้นน่าจะปรับฐานไม่ต่างจากกัน เราคงคำแนะนำมากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มรับเหมาฯ และซื้อ CK ราคาเป้าหมาย 23 บาท และซื้อ STECON ราคาเป้าหมาย 16.40 บาท
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 17.2 บาท)
-
BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 16.7 บาท)
-
MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 24.2 บาท / แนวต้าน 24.9 – 26.0 บาท (Trailing stop 23.7 บาท)
-
NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 15.3 บาท / แนวต้าน 15.9 – 16.6 บาท (Trailing stop 14.5 บาท)
-
KTB* (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) แนวรับ 35.75 บาท / แนวต้าน 37 – 38 บาท (Stop loss 35 บาท)
-
CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 64.5 บาท / แนวต้าน 66 – 67 บาท (Stop loss 63.25 บาท)
-
KGEN (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.86 บาท / แนวต้าน 1.97 – 2.1 บาท (Stop loss 1.75 บาท)
-
ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 422 บาท) แนวรับ 355 บาท / แนวต้าน 361 – 369 บาท (Stop loss 354 บาท)
-
BH* (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) แนวรับ 185.5 บาท / แนวต้าน 191 – 195 บาท (Stop loss 181 บาท)
-
WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 4.98 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท (Stop loss 4.9 บาท)
-
MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) แนวรับ 9.0 บาท / แนวต้าน 9.4 – 9.6 บาท (Stop loss 8.85 บาท)
-
SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.06 บาท / แนวต้าน 3.20 – 3.34 บาท (Stop loss 3.0 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
SCGP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 32 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 2.1 พันล้านบาท (+74% YoY +30% QoQ) แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวและดีกว่าที่คาดไว้เดิม จึงปรับประมาณการฯ ขึ้นและปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 32 บาท (เดิม 29 บาท) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
-
COM7* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 28 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโต YoY โดยคาดยอดขายสินค้าไอทียังโตแกร่ง แม้จะมีการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น ฝ่ายวิจัยฯ ปรับประมาณการฯ ขึ้น ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 28 บาท (เดิม 25 บาท) อย่างไรก็ดีราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามากสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว Upside จำกัด จึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)
-
BDMS* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 22.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ มีมุมมองบวกระยะยาวต่อแผนลงทุนโครงการ “WellEra” โครงการ Wellness complex ย่านลุมพินี ด้วยงบลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้า EBITDA จะสามารถ Break-even ได้ภายใน 2-3 ปี หลังจากที่โครงการนี้เริ่มเปิดดำเนินงานในปี 2573 ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมาย 22.5 บาท
-
กลุ่มรับเหมาฯ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองบวกต่อวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของประเทศไทยทั้งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐฯ ที่คาดจะเริ่มเปิดประมูลเร็วๆ นี้ (คาดส่วนใหญ่เป็นรูปแบบ PPP) สำหรับ CK* คาดแนวโน้มกำไร 2Q-3Q จะโตเด่น (ปัจจัยฤดูกาลของ บ. ลูกและการรับปันผล) ขณะที่ STECON* คาดกำไร 2Q69 จะเป็นจุดสูงสุดของปี (รับปันผล GULF*)
-
กลุ่มอสังหาฯ น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาดฯ” AREA รายงานการเปิดตัวโครงการใหม่เดือน พ.ค. ฟื้นตัว MoM แต่ Take-up rate ยังชะลอ ภาพรวมยอดขาย Presale ของกลุ่มฯ ใน 1H69 คาดจะลดลง YoY เนื่องจากโครงการใหม่เปิดตัวน้อย ยอดขายชะลอ ขณะที่แนวโน้มกำไรโดยรวมใน 2Q69 คาดจะลดลง YoY แต่ฟื้น QoQ ยังคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มฯ “น้อยกว่าตลาดฯ” มีเพียง SIRI* ที่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” / แนะนำ “ถือ” AP* LH* (คาดกำไรฟื้นใน 2H69) / ขณะที่หุ้นอื่นๆ SPALI* LPH QH* ORI PSH แนะนำ “ขาย”
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








