การพบปะกันระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านช่วงเมื่อวานมีทิศทางไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
MARKET UPDATE
ตลาดหุ้นสหรัฐฯและสินค้าโภคภัณฑ์ปิดทำการเนื่องในวันจูนทีน (Juneteenth) ส่วนตลาดหุ้นฝั่ง EU ปิดในแดนลบแต่เป็นการลบเล็กน้อย ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าทดสอบ 32.89 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Dollar Index ที่แข็งค่าตามความคาดหวังดอกเบี้ยระยะสั้นขยับขึ้น
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
วันศุกร์ที่ผ่านมามิได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญและมีการปิดทำการของตลาดหุ้น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สหรัฐฯ แต่ในปัจจัยการลงทุนนักลงทุนประเมินว่าดอกเบี้ยระยะสั้นอาจขยับขึ้นตามการส่งสัญญาณของ FED แต่ดอกเบี้ยระยะยาวมิได้เห็นสัญญาณปรับขึ้น สะท้อนว่าเงินเฟ้อจะเป็นเพียงความกังวลระยะสั้นและระยะยาว FED สามารถคุมได้ ดังนั้นสินทรัพย์ทั่วโลกอาจผันผวนระยะสั้นแต่ระยะกลางจะฟื้นตัวตามดอกเบี้ยนโยบายที่ไม่ได้น่ากังวล แต่เช้านี้พบว่าการเจรจาระหว่าง US กับ IRAN เป็นไปในทิศทางไม่ดีและทรัมป์ก็ระบุว่าเตรียมโจมตี IRAN และจะควบคุม HORMUZ หากเจรจาล้มเหลว กดดันราคาน้ำมัน BRT เช้านี้ +1% , WTI +2.3% DJIA Future -0.5% Kospi -1%
ปัจจัยในประเทศ
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ ในภาพใหญ่แต่ BondYield ที่ปรับลงมองเป็นบวกกับตลาดหุ้นโดยเฉพาะในกลุ่ม NonBank แต่ทั้งนี้ระยะสั้นเงินบาทที่อ่อนค่ากดดันกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก และเช้านี้อ่อนค่าทดสอบ 32.92 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1560 – 1580 อาจเผชิญแรงกดดันจากเจรจาที่ไม่คืบหน้าประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าจะกดดันกระแสเงินทุน กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเลือก Trading พลังงาน (PTTEP PTTGC) ส่งออก (ITC TU) บาทอ่อนค่าหนุนกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่ม Defensive (BCH BDMS CPALL CPN ADVANC)
TOP PICK
MINT ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 Bt
คาดว่า MINT มีโอกาสเกิด valuation re-rating จากพัฒนาการของกลยุทธ์ Asset-light model การทยอยขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT และความคืบหน้าของการ IPO ธุรกิจอาหาร
BCH ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11.20 Bt
มองว่า (1) ปัจจุบัน เทรดที่ 17.6x , PE’26E ถูกกว่าค่าเฉลี่ยช่วง Pre/Post-COVID-19 ย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ -1 SD โดยราคาหุ้นที่ปรับลงมา คาดรับรู้ปัจจัยลบไปหมดแล้ว









