กลุ่ม Tech จะถูกกลับมาเก็งกำไรกันอีกครั้งจากผลประกอบการ MU ที่ดีกว่าคาดการณ์
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 182 จุด (+0.35%) นักลงทุนกลับเข้าพักเงินระยะสั้นในกลุ่มValue Play ยังไม่มั่นใจกับทิศทางกลุ่ม Tech และอีกส่วนรอดูผลประกอบการ MU ด้านราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่องจนกลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดสงคราม ประเมินตลาดคลายกังวลสถานการณ์สงครามแล้ว
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯปิด MU ประกาศผลประกอบการพบว่า รายได้ +346%YoY GPM 85% เร่งขึ้นจาก 39% สำหรับช่วงเดียวกันของปีก่อน มองไปยังข้างหน้าบริษัทคาดการณ์รายได้อยู่ในช่วง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ราคาหุ้น MU PRE OPEN +16% และหนุนกลุ่ม Semi กลับมาเช่นกัน (SNDK +12% DRAM +14.7%) จากนี้รอติดตามผลประกอบการของ Hyperscalers ในช่วงปลายเดือน ก.ค. หากดีกว่าคาดการณ์จะหนุนทั้งกลุ่ม ส่วนเมื่อคืนมีการรายงานยอดขายบ้านใหม่ต่ำกว่าคาดการณ์และเริ่มเห็น Bond Yield สหรัฐฯลดลงอีกปัจจัยอาจมาจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบ BRT ลงมาเท่ากับก่อนสงคราม
ปัจจัยในประเทศ
ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยระดับเดิม (1%) คณะกรรมการมองว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้แต่อัตราการเติบโตอยู่ระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยับขึ้นจากปัจจัยอุปทานแต่ก็คาดว่าจะลดลงหลังปัจจัยอุปทานคลี่คลาย มองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มธนาคารและการเงิน
วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวกรอบ 1545 – 1565 กลุ่ม Tech อาจกลับมาเล่นกันอีกครั้ง (DELTA HANA KCE) เช้านี้ Kospi +5.5% เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น Trading ได้ในกลุ่ม Tech แต่ Theme หลักยังเน้นที่ Anti Oil อาทิ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ค้าปลีก (CPALL CPN) สื่อสาร (ADVANC)
TOP PICK
SAWAD (ซื้อ)
-
ราคาเป้าหมาย: 26 Bt
-
สินเชื่อรวมในปี 2026 ขยายตัว 10-15% เน้นขยายสินเชื่อจำนำทะเบียน ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทรงตัว โดยคาดว่าสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นใน 2H26 และตั้งเป้าหมายธุรกิจประกันเติบโตราว 20-30%
MTC (ซื้อ)
-
ราคาเป้าหมาย: 39 Bt
-
แนวโน้ม NIM ใน 2Q26 ฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง









