ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งขึ้นต่อ… ฟันด์โฟลว์เข้าหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.85% หนุนโดย i) ฟันด์โฟลว์ต่างชาติเข้าสะสมหุ้นไทยต่อเนื่อง (สอดคล้องกับธีมไตรมาส 3 ที่ทีมกลยุทธ์มองว่าหุ้นไทยน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นเทียบเคียงอื่นๆ ในอาเซียน) โดยต่างชาติซื้อสุทธิ 5 วันทำการติดต่อกัน ii) แรงเก็งกำไรธีมหุ้นที่ได้เข้าสู่ดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส่งผลให้หุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้องปิดกระโดดค่อนข้างแรง
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ ยังแกว่งขึ้นต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อ สะท้อนความคาดหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อย่างไรก็ดี ข่าวในประเด็นนี้พลิกมาเป็นลบเล็กน้อยเช้านี้ หลังจากทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ยอมประชุมกัน และขอประชุมผ่านเจ้าหน้าที่คนกลาง สะท้อนความเปราะบางของดีลดังกล่าว ii) นักลงทุนติดตามประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่นตัวเลข ISM ภาคการผลิต มิ.ย. ที่จะรายงานในวันนี้ ผนวกกับ การสัมมนาประจำปีของ ธ.กลางยุโรป (ECB) วันนี้ ซึ่งประธานเฟด Kevin Warsh จะเข้าร่วมงานด้วย
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ พ.ค. ชี้ว่าการลงทุนภาคเอกชนยังโดดเด่น โดยดัชนีลงทุนเอกชน +14.8% YoY เร่งตัวขึ้นจาก +11.1% YoY ในเดือน เม.ย. สอดคล้องกับธีมหุ้นเชื่อมโยงวัฏจักรการลงทุน เช่น ธนาคารพาณิชย์ นิคมอุตสาหกรรม และรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร CPALL, BDMS, CK***
CPALL (เป้าพื้นฐาน 59 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway สร้างฐาน มีโอกาสฟื้นตัว อยู่ระหว่างทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วันประเมินแนวรับ 46 บาท / แนวต้าน 47.5 – 48.5 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 50 บาท (Stop loss 45 บาท) 2) ประเมินราคา Laggard ขณะที่ประเมินเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัว เราประเมินราคาหุ้น CPALL* ฟื้นตัวช้า ยังต่ำกว่าก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่คาดแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวใน 3Q-4Q หลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง (แรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง) และการท่องเที่ยวฟื้นตัวเด่น โดยเฉพาะใน 4Q69 (มีงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่จำนวนมาก) 3) Valuation ถูก Forward PE เพียง 14 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ 19 เท่า) PBV 2.8 เท่า กรอบต่ำสุดตั้งแต่ IPO Dividend yield 3.9%
BDMS (เป้าพื้นฐาน 22.5 บาท)* 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐาน สร้างรูปแบบ Rounding bottom ประเมินแนวรับ 19.1 บาท / แนวต้าน 19.6 – 20.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินมีโอกาสปิดแก็ปราคาแนวต้านถัดไป +/-20.7 บาท (Stop loss 18.6 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้นยัง Laggard ต่ำกว่าก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง เราประเมินราคาหุ้น BDMS* ฟื้นตัวช้า Laggard โดยราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลางอยู่มาก ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดที่ผ่อนคลายลง คาดผู้ป่วยต่างชาติจะเริ่มฟื้นตัวเป็นปกติได้ใน 3Q69 3) Valuation ยังมี Upside PBV 2.8 เท่า (เท่ากับ -2 SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) Dividend yield 4.1% ต่อปี
CK (เป้าพื้นฐาน 23 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ประเมินแนวรับ 19.4 บาท / แนวต้าน 20.1 – 20.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไปในกรอบ Uptrend channel ที่ +/-21.3 บาท (Stop loss 19.0 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q-3Q ดีต่อเนื่อง และเตรียมเข้าสู่วัฏจักรการประมูลงานภาครัฐฯรอบใหม่ ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 2Q-3Q ของ CK* ยังดีต่อเนื่องทั้งจาก Backlog +1.57 แสนล้านบาท และการรับรู้รายได้ + ปันผลจาก บ.ลูกทั้ง BEM* TTW CKP* ขณะเดียวกัน ประเมิน CK* เตรียมพร้อมเข้าประมูลงานภาครัฐที่คาดจะทยอยเปิดประมูลในปี 2569 – 71 จำนวนมาก 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 13.5 เท่า (เท่ากับ -1 SD) PBV 1.15 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 1.2 เท่า) ขณะที่คาดธุรกิจรับเหมาฯไทยเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นอีกครั้งทั้งการลงทุนภาครัฐฯ + เอกชน
หุ้นมีข่าว
(+) BTS* พร้อมเสียบความเร็วสูง รีเซ็ตเงื่อนไขใหม่! ราคาใหม่! (ข่าวหุ้น) จับตา ‘เอเชีย เอรา วัน’ ขอยกเลิกสัญญาสัมปทาน “รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” ใกล้ถึงทางตัน หลังกลุ่ม “เอเชีย เอรา วัน” ส่งสัญญาณขอยุติสัญญาสัมปทาน 2.2 แสนล้านบาท หากแผนแก้ไขสัญญาไม่ผ่านไฟเขียวจากรัฐ ต้องล้มกระดานและเปิดประมูลใหม่ทั้งโครงการ ขณะที่ BTS* ประกาศชัด พร้อมกลับเข้าสังเวียนทันที หากรัฐรีเซ็ตเงื่อนไขและปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนยุคใหม่ ด้านโบรกเกอร์มองหาก BTS* คว้ารถไฟความเร็วสูงต่อจิ๊กซอว์เมืองการบินอู่ตะเภาได้ครบวงจร หนุนอาณาจักรคมนาคม-อสังหาฯ เติบโตเต็มศักยภาพ
(+ กลุ่มอสังหาฯ) ครม.เคาะต่ออายุ มาตรการอสังหาฯ ช่วยดันจีดีพี 1.06% (ไทยโพสต์) ‘ครม.’ ไฟเขียวต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน-จดจำนอง เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่ออีก 1 ปี สิ้นสุด 30 มิ.ย.70 หวังช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์-เศรษฐกิจไทย คาดช่วยกระตุ้นจีดีพีโต 1.06% ต่อปี
(+) ITEL มั่นใจคว้า USO เฟส 3 ดึงไทยคมเสริมดาวเทียม (ข่าวหุ้น) ITEL ยื่นประมูลโครงการ USO เฟส 3 ครบทั้ง 5 ภูมิภาค จับมือ THCOM เสริมศักยภาพด้านดาวเทียม มั่นใจคว้างานพื้นที่ภาคใต้ พร้อมรับรู้รายได้ทันที 30% หนุนผลงานครึ่งปีหลังเติบโตเด่น เตรียมลงทุนขยายสายเคเบิลใต้น้ำรองรับ Data Center ด้าน ILINK มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 4,000 ล้านบาท หลังครึ่งแรกเติบโตแข็งแกร่ง คาดสิ้นปีรับรู้รายได้จาก Backlog กว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมลงนามโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำ 1,800 ล้านบาท 6 ก.ค.นี้
(+) BCP* ปิดดีลซื้อเชฟรอนฮ่องกง ปักธง BHK เสริมแกร่งการค้า หนุนโตในเอเชียเหนือ (ข่าวหุ้น) บางจากฯ ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เสร็จสมบูรณ์ เปลี่ยนชื่อเป็น “Bangchak Hong Kong (BHK)” เปิดประตูสู่การเติบโตในเอเชียเหนือ ขณะที่หุ้น BCP* ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50 รอบครึ่งหลังปี 69 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง
(0) PLANB* ประกาศลงทุนในหุ้นสามัญ COM7* รวมไม่เกิน 263 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.01% ของมูลค่าเงินลงทุนรวมไม่เกิน 7,219 ล้านบาท เป็นการทยอยซื้อผ่านกระดานหลักทรัพย์ (source: SET) ความเห็นนักวิเคราะห์: เรามีมุมมองเป็นกลาง เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าลงทุนใน COM7 เพื่อผลตอบแทนระยะยาวและเงินปันผล แต่ในระยะสั้น เรามองว่าการใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 100% จะกดดันผลประกอบการ เนื่องจาก COM7 ไม่มีนโยบายจ่ายปันผลระหว่างกาล ส่งผลให้ในงบปี 2026 PLANB จะยังไม่มีรายรับปันผลเข้ามาแต่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจ่ายทันทีในงวด 2H26 คาดอยู่ที่ราว 120-130 ล้านบาท (บนสมมติฐานอัตราดอกเบี้ย 4.0%) อย่างไรก็ตาม ปี 2027 คาด PLANB รับรู้ปันผลหลังหักภาษีเข้ามาปีละ 260-270 ล้านบาท (บนสมมติฐาน payout ratio 65%) ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับภาระดอกเบี้ยจ่ายเต็มปี… และเรามีมุมมองเป็นกลางต่อ COM7* เช่นกัน โดยแม้ว่า PLANB จะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 11% และ PLANB สามารถเสนอชื่อเพื่อเข้ามาเป็นบอร์ดบริหารได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก นอกจากนี้ ในปัจจุบันคุณสุระ คณิตทวีกุลยังคงมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 25.2% ถือว่ายังคงสิทธิในการยับยั้ง การถือหุ้นเกิน 25% ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) จะถือเป็น “สิทธิในการยับยั้ง (Veto Right)” ในเรื่องสำคัญที่ต้องใช้อำนาจตาม มติพิเศษ ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 (75%) สำหรับ COM7 แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 คาดว่าจะโตได้ถึงสองหลัก YoY จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของทั้ง iPhone, Android, Macbook Neo, การเดินหน้าส่งมอบ GAC Aion และ สินเชื่อใหม่ของ U-Fund ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ระยะต่อไปความท้าทาย คือ ความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่อาจชะลอตัวจากราคาสินค้าที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น ภายหลังผู้ประกอบการมีแนวโน้มเริ่มส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังผู้บริโภค
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 17.1 บาท)
-
BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 16.7 บาท)
-
MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 10.9 บาท)
-
KTB* (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) แนวรับ 37.5 บาท / แนวต้าน 39 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 36 บาท)
-
NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 15.6 บาท / แนวต้าน 16.3 – 16.6 บาท (Trailing stop 15 บาท)
-
SCGP* (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) แนวรับ 28 บาท / แนวต้าน 28.75 – 30.0 บาท (Trailing stop 26.75 บาท)
-
KBANK* (เป้าพื้นฐาน 245 บาท) แนวรับ 215 บาท / แนวต้าน 221 – 225 บาท (Trailing stop 208 บาท)
-
MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 24.5 บาท / แนวต้าน 25.5 – 26.0 บาท (Trailing stop 24 บาท)
-
SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.26 บาท / แนวต้าน 3.34 – 3.44 บาท (Trailing stop 3.2 บาท)
-
CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 66.25 บาท / แนวต้าน 67.75 – 68.75 บาท (Stop loss 64.75 บาท)
-
BH* (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) แนวรับ 186 บาท / แนวต้าน 191.5 – 195 บาท (Stop loss 183 บาท)
-
ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.5 บาท (Stop loss 6.15 บาท)
-
ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.79 บาท / แนวต้าน 1.91 – 2.0 บาท (Stop loss 1.67 บาท)
-
WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 5.05 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท (Stop loss 4.98 บาท)
-
SAWAD* (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 22.9 บาท / แนวต้าน 23.7 – 24.0 บาท (Stop loss 22.5 บาท)
-
DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) แนวรับ 13.7 บาท / แนวต้าน 14.6 – 15.4 บาท (Stop loss 13.3 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
กลุ่มพลังงาน น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย การลงนามสัญญาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง ฝ่ายวิจัยฯจึงยังคงน้ำหนักลงทุนหุ้นในกลุ่มเท่ากับตลาดฯ หุ้นเด่นเลือก PTT* (ผลการดำเนินงานกระจายความเสี่ยงตั้งแต่ธุรกิจพลังงานต้นน้ำ – ปลายน้ำ และ Dividend yield 6.5%) และ BBGI (การขยายเวลาใช้ไบโอดีเซลบี 7 และการเตรียมเปิดสายการผลิตน้ำมัน SAF)
-
ERW* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.4 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 จะโต YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว RevPar และคาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะโตดีต่อเนื่องจากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่งและงานอีเว้นท์ใหญ่ๆในไทยช่วงปลายปีช่วยหนุน ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้นและปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 3.4 บาท (เดิม 3.2 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








