บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Muangthai Capital PCL (MTC TB)
ประเด็นสำคัญจากงาน Invest Asean
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท
เรามองว่าการเน้นปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมูลค่าต่อสัญญาต่ำ (Small ticket size) และการเข้าถึงชุมชนในท้องถิ่น คือกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน คาดว่าสินเชื่อในปี 2569 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ที่ 8% YoY เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนยังลังเลที่จะกู้เงินเพื่อทำการเกษตรจากปัญหาราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น คาดกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 7% YoY ทั้งนี้ ภาครัฐมีแนวโน้มที่จะเร่งมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรในช่วง 2H69 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 42 บาท (อิงตาม PER ปี 2569 ที่ 12.4 เท่า และ P/BV ที่ 1.8 เท่า) ความเสี่ยงสำคัญคือ คุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอลง
เน้นสินเชื่อมีหลักประกันมูลค่าต่อสัญญาต่ำ
CEO เผยแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 8.0% (ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเรา) เนื่องจาก MTC ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเร่งโตของยอดสินเชื่อ โดยคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นจากการมุ่งเน้นสินเชื่อมีหลักประกันขนาดเล็ก เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ MTC ยังได้ลดการปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่และหลีกเลี่ยงสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ทั้งนี้ วงเงินเฉลี่ยของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 30,000 บาท ทำให้ลูกค้ามีภาระผ่อนชำระเพียงเดือนละประมาณ 2,000 บาท ซึ่งเรามองว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าความเสี่ยงดีที่สุด (Best risk-adjusted return) นำไปสู่อัตราการจัดเก็บเงินสดที่ดีและคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง
ตั้งเป้าเพิ่มอันดับเครดิตเรตติ้งก่อนปรับเพิ่มอัตราการจ่ายปันผล
ด้านการบริหารจัดการเงินทุน MTC จะยังคงรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ 10% ในระยะสั้น เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าที่จะลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลงมาอยู่ที่ 3 เท่า เพื่อปรับปรุงอันดับเครดิตเรตติ้งให้สูงขึ้นเป็นระดับ A (ปัจจุบันเครดิตเรตติ้งของ MTC เพิ่งได้รับการปรับเพิ่มจาก BBB+ มาอยู่ที่ A-) นอกจากนี้เราคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะดีขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่น่าจะปรับตัวลดลงในครึ่งปีหลัง (2H69)
คาดกำไรเติบโต YoY ในปี 2569-70 ความเสี่ยงหลักคือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น
เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 7% YoY มาอยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท (EPS: 3.4 บาท) โดยผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ในช่วง 2Q69 – 3Q69 อานิสงส์จากการเติบโตของสินเชื่อที่เหมาะสมและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ส่วนความเสี่ยงสำคัญคือสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทยลดลง และจะกระทบต่อรายได้สุทธิ (Disposable income) ของกลุ่มเกษตรกร ซึ่งคิดเป็น 30% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของ MTC








