บล.กสิกรไทย:

Utilities Sector ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลของประเทศไทย
  • ไทยก้าวสู่ศูนย์กลาง Data Center: มองไทยเป็นจุดหมายของการลงทุนศูนย์ข้อมูล (data center) คาดกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นจาก 600 เมกะวัตต์ (MW) ในปี 2568 เป็น 5 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2573 หนุนจากโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ BOI และการลงทุนขนาดใหญ่จากผู้ให้บริการ Hyperscale ได้แก่ AWS Microsoft และ Google
  • Reserve Margin มีแนวโน้มลดลง: กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ของไทยปัจจุบันอยู่ที่ราว 40% มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กว่า 17 GW จะทยอยหมดอายุในช่วงปี 2569–78 ซึ่งอาจทำให้ Reserve Margin ลดลงสู่ระดับกลาง 20% ภายในปี 2573 และเพิ่มแรงกดดันต่อการวางแผนกำลังการผลิตไฟฟ้า
  • ศูนย์ข้อมูลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ไฟฟ้า: ศูนย์ข้อมูลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต โดยต้องใช้กำลังไฟฟ้าจากโครงข่าย 1.3–1.5 MW ต่อภาระงานด้านไอที (IT Load) 1 MW คิดเป็นความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมราว 7.5 GW ภายในปี 2573 ซึ่งยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่
  • ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าได้รับประโยชน์โดยตรง: GULF และ BGRIM มีการวางตำแหน่งอยู่ในระบบนิเวศของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแล้ว โดยการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลจะช่วยสร้างกระแสเงินสดประจำจากสัญญาระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
  • แนวโน้มกำไร: เราคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานหลักของกลุ่มจะเติบโต 25% ในปี 2569 และ 10% ในปี 2570 จากกำลังการผลิตใหม่ การฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย รวมถึงรายได้เงินปันผล

มุมมอง KS

  • คงมุมมอง “บวก” ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ BGRIM และ GPSC เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 20.00 บาท และ 52.00 บาท ตามลำดับ ขณะที่ GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา โดยราคาเป้าหมายถูกปรับขึ้นเป็น 79.00 บาท เพื่อสะท้อนขนาดธุรกิจที่แข็งแกร่ง การเติบโตที่มีความชัดเจน และการได้รับประโยชน์สูงจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนโดยศูนย์ข้อมูล

- Advertisement -